ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่อง หลังหลุดระดับ 4,300 เหรียญ แรงกดดันหลักยังมาจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่อง หลังหลุดระดับ 4,300 เหรียญ แรงกดดันหลักยังมาจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบที่สอง และอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท แม้ทรัมป์ระบุว่าการโจมตีอาจยุติลงในไม่ช้า แต่ยังเตือนว่าอาจกลับมาโจมตีอีกครั้งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทำให้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำยังถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลัง CPI y/y เร่งตัวขึ้นจาก 3.8% สู่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ด้าน Core CPI y/y จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 2.8% สู่ 2.9% ตัวเลขรายเดือนบางส่วนชะลอลง แต่ภาพรวมเงินเฟ้อยังไม่ได้ผ่อนคลายลงชัดเจน โดยคืนนี้ตลาดต้องติดตามตัวเลข PPI ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูงซึ่งอาจทำให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันต้นทุนยังคงอยู่

ด้านตลาดการเงิน US Bond Yield อายุ 2 ปี ยังคงทรงตัวในระดับสูงที่ 4.13% ซึ่งสูงกว่าระดับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ขณะที่อายุ 30 ปี อยู่บริเวณ 5.02% ส่งผลให้ทองคำถูกลดความน่าสนใจเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่วน ดัชนีดอลลาร์ ปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 99.92 จุด โดยภาพรวมยังทรงตัวสูงใกล้ระดับ 100 จุด ซึ่งยังเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น ขณะที่ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้อ่อนค่าลงเล็กน้อยมาที่ระดับ 32.97 บ.ต่อดอลลาร์

ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.86 ตัน โดยภาพรวมเดือนมิถุนายนขายสุทธิ 15.51 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 58.36 ตัน สะท้อนแรงลดน้ำหนักการลงทุนในทองคำของนักลงทุนสถาบันอย่างต่อเนื่อง

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้ม Downtrend อย่างชัดเจน หลังปรับตัวลดลงแรงกว่า 10% จากบริเวณ 4,500 เหรียญ ลงมาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,020 เหรียญ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยในช่วงช้าวันนี้เกิดแรงซื้อกลับในลักษณะ Technical Rebound ขึ้นมาบริเวณ 4,080–4,100 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดราคาทองคำอ่อนตัวลงมาอีกครั้ง สะท้อนว่าแรงขายยังคงกดดันตลาด และแรงรีบาวด์ก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนภาพรวมแนวโน้มได้ การหลุดเส้นค่าเฉลี่ย Weekly EMA 50 บริเวณ 4,250 เหรียญ ถือเป็นสัญญาณลบต่อโครงสร้างราคาในภาพใหญ่ และสะท้อนว่าแนวโน้มระยะสั้นถึงระยะกลางเข้าสู่ภาวะขาลงอย่างสมบูรณ์

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,000 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,180 เหรียญ และ 4,230 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 62,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,800 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,025 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,205 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,012 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,192 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 62,850 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 64,650 บาท กลยุทธ์ในช่วงนี้ควรเน้นบริหารความเสี่ยง ลดการใช้ Leverage สูง และรอให้ราคาสร้างฐานหรือมีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนก่อนพิจารณาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในระยะสั้น

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึก

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำซื้อขายในกรอบ "Down Trend" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 11 มิ.ย. 2569 เวลา : 11:57:39

11-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 11, 2026, 1:32 pm