(225)(419).jpg)
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 มิ.ย.69) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 51,671.03 จุด เพิ่มขึ้น 468.77 จุด หรือ +0.92% ,ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,554.29 จุด เพิ่มขึ้น 122.83 จุด หรือ +1.65% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,683.94 จุด เพิ่มขึ้น 795.10 จุด หรือ +3.07% ขานรับข่าวสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามและกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันร่วงลงและช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ และอิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายจะลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย.) นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวเป็นการวางรากฐานสำหรับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ยังคงมีประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่ต้องมีการเจรจาเพิ่มเติม โดยข้อตกลงดังกล่าวกำหนดกรอบสำหรับการลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย และปูทางไปสู่การเจรจาทางเทคนิคเกี่ยวกับประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น 3.39% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 2.42% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 3.58% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 0.9%
ข่าวการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้ฉุดราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 4% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและคาดหวังว่าอาจช่วยลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มเรือสำราญซึ่งมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน
ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ร่วงลง 8.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่ 3
ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นบริษัทชิปรายใหญ่อย่าง Nvidia พุ่งขึ้น 3.5% และหุ้น Micron ทะยานขึ้น 10.5% หลังได้รับการปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นจากบริษัทโบรกเกอร์อย่างน้อยสองแห่ง
หุ้น SpaceX พุ่งขึ้น 19.6% ในการซื้อขายวันที่สอง โดยราคาปิดในวันจันทร์ของหุ้น SpaceX อยู่ที่ 192.46 ดอลลาร์ เทียบกับราคาเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ซึ่งอยู่ที่ 135 ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปของ SpaceX พุ่งขึ้นทะลุระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์
หุ้นกลุ่มสายการบินพุ่งขึ้นหลังจากราคาน้ำมันร่วงลง โดยหุ้น United Airlines พุ่งขึ้น 3.9% ขณะที่หุ้นบริษัทเรือสำราญดีดตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น Norwegian Cruise พุ่งขึ้น 3.7% และหุ้น Carnival Corp ปรับตัวขึ้น 3.2%
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันพุธที่ 17 มิ.ย.ตามเวลาสหรัฐฯ รวมทั้งจับตาการแถลงข่าวของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.6% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้ แต่ให้น้ำหนักเกือบ 42% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
ข่าวเด่น