ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาถูกกดดันอีกครั้งและยังเคลื่อนไหวในกรอบ "Sideway Down"


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงในตลาด COMEX หลังตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด โดยข้อมูล CME FedWatch สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักรวมกว่า 70% ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. แบ่งเป็นโอกาส 49% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75–4.00% และอีก 19% ที่อาจขึ้นแรง 0.50% สู่ระดับ 4.00–4.25% ส่งผลให้ราคาทองคำกลับมาหลุดระดับ 4,200 เหรียญ อีกครั้ง

แม้ความเป็นไปได้ของการลงนามข้อตกลงสงบศึกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาน้ำมันและเงินเฟ้อในระยะถัดไป แต่ความขัดแย้งในภูมิภาคอื่นยังคงดำเนินต่อไป ทั้งอิสราเอล–เลบานอน และรัสเซีย–ยูเครน ทำให้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่หายไปทั้งหมด

ด้าน ดัชนีดอลลาร์ เคลื่อนไหวบริเวณ 100.62 จุด ซึ่งเป็นการกลับขึ้นมาทดสอบโซนสูงเดิม และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบราว 1 ปี ส่งผลให้ราคาทองคำยังถูกกดดันในระยะสั้น ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ออกมาที่ 226K สูงกว่าคาดการณ์เล็กน้อยที่ 225K แต่ยังถือว่าทรงตัวในระดับสูง ทำให้ตลาดยังให้น้ำหนักกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดเป็นประเด็นหลัก

ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 7.42 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,020.49 ตัน โดยภาพรวมเดือนมิถุนายนยังขายสุทธิ 9.52 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 52.37 ตัน แม้จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาค่อนข้างมากในวันก่อนหน้า แต่ราคาทองคำยังปรับตัวลดลง สะท้อนว่าตลาดยังถูกกดดันจากดัชนีดอลลาร์และมุมมองดอกเบี้ยเป็นหลัก

โดยรวม ตลาดทองคำยังอยู่ในภาวะผันผวนสูง แม้ปัจจัยสงบศึกจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนบางส่วน แต่แรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และความกังวลว่าเฟดอาจยังไม่จบรอบดอกเบี้ยขาขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำกลับมาถูกกดดันอีกครั้งและยังเคลื่อนไหวในกรอบ "Sideway Down" โดยภาพรวมยังอยู่ในแนวโน้มขาลง หลังราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า เส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ (Weekly Chart) ซึ่งสอดคล้องกับ กรอบ Daily Chart ราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน เช่นกัน สะท้อนว่าโมเมนตัมหลักยังอยู่ฝั่งขาย และมีโอกาสที่ราคาจะผันผวนหรือปรับฐานต่อได้

กลยุทธ์ระยะสั้น ยังควรเน้นเก็งกำไรตามกรอบ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ส่วนการลงทุนระยะยาวยังสามารถทยอยสะสมได้บางส่วน แต่ควรรอจังหวะให้ราคาสร้างฐานชัดเจนมากขึ้นก่อนเพิ่มน้ำหนักการลงทุน

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,150 เหรียญ และ 4,100 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,220 เหรียญ และ 4,270 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,700 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,170 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,240 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,158 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,228 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,300 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,000 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 มิ.ย. 2569 เวลา : 13:16:07

19-06-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 19, 2026, 3:49 pm