ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลังหลุดระดับ 4,100 เหรียญ และปรับตัวลงเกือบ 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา


 

ทิศทางราคาทองคำ

ภาพรวมราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลังหลุดระดับ 4,100 เหรียญ และปรับตัวลงเกือบ 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากแรงกดดันของสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังเกิดการปะทะรอบใหม่ระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน ทำให้ตลาดกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง

ประเด็นสำคัญยังอยู่ที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีข้อมูลขัดแย้งกัน โดยอิหร่านประกาศปิดช่องแคบ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าเส้นทางเดินเรือยังเปิดตามปกติ ความไม่แน่นอนดังกล่าวหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรง โดย Brent Oil เปิดตลาดเช้าวันนี้พุ่งขึ้นกว่า 4% แตะบริเวณ 78 เหรียญ ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

ภาวะราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงที่เฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ย หรือกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่สัปดาห์นี้นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลข CPI, PPI และถ้อยแถลงของ Kevin Warsh โดยหากตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลงกว่าคาด อาจช่วยลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ย และเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้

ด้าน ดัชนีดอลลาร์ เปิดที่บริเวณ 100.91 จุด ปิดที่ 100.96 จุด และเช้านี้ทรงตัวบริเวณ 101.13 จุด สะท้อนว่าดอลลาร์ยังอยู่ในระดับแข็งค่า ขณะที่ค่าเงินบาทอยู่บริเวณ 33.35 บ.ต่อดอลลาร์ ส่วนราคาทองคำไทยปรับลดลงมาแถว 64,300 บาท หลังขึ้นไปทดสอบบริเวณ 65,000 บาท

ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.20 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,002.45 ตัน โดยภาพรวมเดือนกรกฎาคมขายสุทธิ 2.63 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 69.56 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงมีท่าทีระมัดระวังต่อการลงทุนในทองคำ

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวผันผวนในทิศทาง Sideways โดยมี 4,000 เหรียญ เป็นแนวรับจิตวิทยาสำคัญ ขณะที่กรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นอยู่บริเวณ 4,000 เหรียญ ถึง 4,190 เหรียญ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยข่าวและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

วิเคราะห์ว่า หากราคายังสามารถประคองตัวเหนือ 4,000 เหรียญ ได้ ภาพรวมยังมีโอกาสสะสมฐานและฟื้นตัวในกรอบ แต่หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจเผชิญแรงขายเพิ่มเติม โดยประเมินแนวรับหลักของทองคำไทยบริเวณ 62,800 บาท และ 63,500 บาท นักลงทุนควรเน้นซื้อขายตามกรอบและบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,000 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,130 เหรียญ และ 4,190 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 64,700 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,010 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,140 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,050 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,180 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,450 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,150 บาท
 
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคาในแนวโน้มการปรับฐานขาลงในภาพใหญ่

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ก.ค. 2569 เวลา : 13:37:54

13-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 13, 2026, 2:34 pm