
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวขึ้นเช้าวันนี้ พุ่งกว่า 1.5% สู่ระดับ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศกลับมายืนเหนือ 65,000 บาท ได้อีกครั้ง โดยปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงกว่า 6% ลงสู่บริเวณ 86 เหรียญ หลังมีกระแสข่าวการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานน้ำมันและแรงกดดันเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ดัชนีดอลลาร์ อ่อนค่าลงจาก 101.53 จุด มาอยู่ที่ 101.13 จุด ส่งผลให้ทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม
สัปดาห์นี้ตลาดจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ Fed, BOE และ BOJ โดยตลาดคาดว่าเฟดและ BOE จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ส่วน BOJ คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ซึ่งถ้อยแถลงของแต่ละธนาคารกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงิน
ด้านกองทุน SPDR ยังถือครองทองคำที่ 1,009.30 ตัน ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ทำให้เดือนกรกฎาคมยังซื้อสุทธิ 4.22 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 62.71 ตัน
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากรายงานการนำเข้าทองคำของจีนในเดือนมิถุนายน ที่เพิ่มขึ้นสู่ 173 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 สะท้อนการเร่งสะสมทองคำในช่วงราคาปรับฐาน และยังเป็นแรงหนุนต่อแนวโน้มอุปสงค์ทองคำในระยะยาว
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบปรับฐาน ในทิศทาง “Sideways” แม้ช่วงเช้านี้ราคาจะเปิด Gap พุ่งขึ้นเหนือ 4,100 เหรียญ แต่ภาพระยะสั้นยังเป็นเพียง Technical Rebound ตราบใดที่ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,200 เหรียญ ได้จึงยังต้องระวังแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม หากราคายังสามารถยืนเหนือ 4,100 เหรียญ ได้อย่างต่อเนื่อง จะมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,070 เหรียญ และ 4,020 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,140 เหรียญ และ 4,190 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,500 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,072 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,142 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,110 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,180 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,900 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,900 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายระยะสั้นในกรอบ โดยภาพรวมยังอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่ระยะสั้นเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว เน้นรอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน พร้อมระวังแรงขายหากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญ
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน และถือต่อบางส่วนหากราคายังยืนเหนือแนวรับได้ โดยควรกำหนดจุด Stop Loss เพื่อจำกัดความเสี่ยง
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
ควรทยอยลดหรือปิดสถานะ เนื่องจากระยะสั้นมีสัญญาณฟื้นตัว หากต้องการเปิด Short ใหม่ ควรรอให้ราคาขึ้นทดสอบแนวต้านและไม่สามารถผ่านได้ พร้อมตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น