ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,030 - 4,080 เหรียญ โดยมีแรงซื้อและแรงขายสลับกัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,030 - 4,080 เหรียญ โดยมีแรงซื้อและแรงขายสลับกัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจรจาที่ไม่สอดคล้องกัน โดยสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจายังดำเนินอยู่ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธ ส่งผลให้ตลาดยังอยู่ในภาวะ Wait & See

ปัจจัยกดดันระยะสั้นมาจาก ดัชนีดอลลาร์ ที่ฟื้นตัวจากบริเวณ 99.4 จุด ขึ้นมาใกล้ 99.9 จุด หลังดัชนี ISM Manufacturing PMI เพิ่มขึ้นสู่ 55.6 และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สะท้อนว่ากิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่ามาอยู่บริเวณ 33.40 บ.ต่อดอลลาร์ ซึ่งช่วยประคองให้ราคาทองคำไทยยังทรงตัวเหนือระดับ 64,000 บาท

ด้านกองทุนทองคำ SPDR ขายออก 1.14 ตัน ส่งผลให้ปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 1,005.87 ตัน โดยเดือนสิงหาคมขายสุทธิ 1.99 ตัน และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขายสุทธิ 66.13 ตัน สะท้อนว่าแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันยังไม่กลับมาอย่างชัดเจน

วิเคราะห์ว่า ภาพรวมตลาดยังขาดปัจจัยใหม่ที่ชัดเจน ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มแกว่งตัวออกด้านข้าง นักลงทุนระยะยาวสามารถทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรระมัดระวังการใช้ Leverage เนื่องจากกรอบราคาแคบและทำกำไรได้ยาก สัปดาห์นี้ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางดอลลาร์และราคาทองคำในระยะถัดไป

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังแกว่งตัวในกรอบ Sideways และรอการเลือกทิศทาง วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงสร้างฐาน แต่ Upside ระยะสั้นยังถูกจำกัด อย่างไรก็ตาม หากราคายังยืนเหนือ 4,000 เหรียญ ได้ต่อเนื่อง จะเป็นฐานสำคัญสำหรับการฟื้นตัวในระยะถัดไป หากราคาผ่าน 4,100 เหรียญ ได้ จะเพิ่มโอกาสเกิด Technical Rebound แต่หากหลุด 4,000 เหรียญ มีความเสี่ยงที่แรงขายจะกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง

ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,020 เหรียญ และ 3,970 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,100 เหรียญ และ 4,150 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 64,800 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,045 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,125 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,050 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,130 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 63,900 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,200 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดสถานะทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาขยับขึ้นทดสอบบริเวณกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 ส.ค. 2569 เวลา : 12:24:26

04-08-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 4, 2026, 1:39 pm