
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงหลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธานเฟด ที่ Jackson Hole โดยราคาทองคำตลาดโลกปิดลดลงกว่า 3% มาอยู่บริเวณ 4,450 เหรียญ ก่อนอ่อนตัวต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ลงมาทดสอบบริเวณ 4,400 เหรียญ หลังตลาดตีความถ้อยแถลงในเชิงเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ โดย Warsh ย้ำว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% และเฟดยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมแรงกดดันด้านราคา ส่งผลให้แรงขายทองคำยังคงต่อเนื่อง
หลังถ้อยแถลงดังกล่าว ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาส ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายนเป็นราว 57% จากก่อนหน้าประมาณ 40% ทำให้นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อที่จะทยอยประกาศก่อนการประชุมเฟดเดือนกันยายน เพื่อประเมินว่าเฟดจะมีเหตุผลเพียงพอในการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวบริเวณ 99.7 จุด ขณะที่เงินบาทอ่อนค่ามาที่ 33.16 บ.ต่อดอลลาร์ ซึ่งช่วยพยุงราคาทองคำไทยได้บางส่วน แต่แรงกดดันจากการปรับตัวลงของทองคำตลาดโลกยังมีมากกว่า ส่งผลให้ราคาทองคำไทยกลับมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 70,000 บาท ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังทั้งสองฝ่ายกลับมาโจมตีกันหลังหยุดชะงักไปนานกว่า 1 เดือน ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น และหนุนราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นราว 2.5%
ด้าน Fund Flow SPDR ขายออก 4.28 ตัน ลดการถือครองเหลือ 1,042.36 ตัน แต่ภาพรวมเดือนสิงหาคมยังซื้อสุทธิ 34.49 ตัน สะท้อนว่ากองทุนมีการลดการถือครองในระยะสั้นหลังตลาดกังวลต่อท่าทีเข้มงวดของเฟด ขณะที่กระแสเงินทุนในภาพรวมรายเดือนยังคงเป็นบวก
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเข้าสู่ช่วง ปรับฐานระยะสั้นในลักษณะ Sideway Down หลังเผชิญแรงขายต่อเนื่องและหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,600 และ 4,500 เหรียญ ขณะที่แรงขายยังคงกดดันราคา ส่งผลให้โครงสร้างระยะสั้นอ่อนแอลง ขณะที่เช้านี้ราคาปรับลงมาทดสอบบริเวณ Fibonacci Retracement 38.2% แถว 4,400 เหรียญ
วิเคราะห์ว่า หากราคาไม่สามารถยืนเหนือ 4,400 เหรียญ ได้ มีโอกาสพักฐานต่อเนื่องลงสู่แนวรับถัดไปบริเวณ Fibonacci Retracement 50% แถว 4,335 เหรียญ แต่หากสามารถกลับมายืนเหนือ 4,400 เหรียญ ได้ มีโอกาสเกิด Technical Rebound ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ภาพแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น โดยการอ่อนตัวรอบนี้ยังมองเป็น การพักฐานภายในโครงสร้างขาขึ้นของภาพใหญ่
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,380 เหรียญ และ 4,330 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,450 เหรียญ และ 4,500 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,600 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 69,800 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,400 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,470 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,400 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,470 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 69,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,400 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำระมัดระวังแรงขายในช่วงที่ราคายังอยู่ระหว่างการปรับฐาน โดยทิศทางระยะสั้นเข้าสู่ลักษณะ "Sideway Down" อย่างไรก็ตาม โครงสร้างภาพใหญ่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น จึงควรรอให้ราคาเริ่มส่งสัญญาณกลับตัวบริเวณแนวรับสำคัญก่อนเข้าซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับตัวลงต่อ พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนและบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำรอสัญญาณกลับตัวให้ชัดเจนก่อนหาจังหวะเข้าซื้อใหม่ โดยระยะสั้นยังต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากราคายังอยู่ในช่วงปรับฐาน และอาจเกิดการรีบาวด์สลับกับแรงขายได้ จนกว่าจะสามารถสร้างฐานราคาใหม่ได้อย่างชัดเจน
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำทยอยแบ่งปิดทำกำไรเป็นรอบ ๆ หากต้องการเปิดสถานะใหม่ ควรรอจังหวะบริเวณแนวต้าน และกำหนดจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ข่าวเด่น