ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังสามารถทรงตัวเหนือ 4,400 เหรียญ ได้ แม้เผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง


ทิศทางราคาทองคำ

ภาพรวมราคาทองคำตลาดโลกยังสามารถทรงตัวเหนือ 4,400 เหรียญ ได้ แม้เผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง โดยได้แรงพยุงจาก ดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าหลุด 99 จุดลงมาบริเวณ 98.79 จุด รวมถึงการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงิน Treasury Buyback พันธบัตรระยะยาวเป็นสูงสุด 6 พันล้านดอลลาร์ต่อรอบ จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม US 10Y Yield พุ่งแตะ 4.85% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2023 โดยการปรับขึ้นรอบนี้สะท้อนความกังวลด้าน เงินเฟ้อ หนี้รัฐบาล และแรงขายพันธบัตรระยะยาว มากกว่าความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ จึงไม่ได้หนุนดอลลาร์มากเหมือนในภาวะปกติ ขณะที่ตลาดยังคาดว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% วันที่ 17–18 ก.ย. ซึ่งช่วยหนุนเงินเยนและเพิ่มแรงกดดันต่อ Yen Carry Trade ทำให้แรงหนุนต่อดอลลาร์ยังจำกัด

ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียด สหรัฐฯ–อิหร่าน ยังคงอยู่ในระดับสูง หลังสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ และอิหร่านตอบโต้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ Brent อยู่ราว 103 เหรียญต่อบาร์เรล และ WTI ราว 96 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

สำหรับทองคำไทย แม้ได้รับแรงกดดันจากเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าตามดอลลาร์ที่อ่อนลง แต่ราคายังสามารถยืนเหนือ 68,000 บาท และเคลื่อนไหวบริเวณ 68,700 บาท ขณะที่ฐานระยะสั้นขยับสูงขึ้นมาอยู่บริเวณ 67,000 บาท สะท้อนว่าแรงรับของทองคำไทยยังคงแข็งแกร่งในระดับที่สูงขึ้น ด้าน Fund Flow SPDR ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการถือครอง โดยอยู่ที่ 1,050.63 ตัน เดือนกันยายนซื้อสุทธิ 8.27 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปียังขายสุทธิ 21.38 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังอยู่ในภาวะ Wait and See

วิเคราะห์ว่า ระยะสั้นทองคำยังมีแรงพยุงจากดอลลาร์อ่อนและมาตรการดูแลตลาดพันธบัตร แต่ยังต้องระวังแรงกดดันจาก Bond Yield และเงินเฟ้อ โดยตลาดจับตา PPI คืนนี้ และ CPI คืนวันศุกร์ ก่อนการประชุมเฟด ขณะที่ CME FedWatch ยังให้น้ำหนักราว 60% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย



วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังมีความผันผวนและทิศทางระยะสั้นยังไม่ชัดเจน โดยยังเคลื่อนไหวในกรอบพักฐานแบบ Sideways ขณะที่ตลาดอยู่ในภาวะ Wait & See เพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทาง อย่างไรก็ตาม ราคายังมีแรงซื้อช่วยพยุงเหนือบริเวณ 4,400 เหรียญ และโครงสร้างการยกฐานยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้ภาพรวมยังไม่เสียทรง ทั้งนี้ ระยะสั้นยังคงอ้างอิงกับปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ ทิศทางดอกเบี้ย ดัชนีดอลลาร์ ราคาน้ำมัน และ Bond Yield เป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไป

ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,380 เหรียญ และ 4,340 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,450 เหรียญ และ 4,480 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 68,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 69,000 บาท

ด้าน Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,390 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,460 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,395 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,465 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 68,600 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 69,600 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
 


กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ก.ย. 2569 เวลา : 12:06:49

10-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 10, 2026, 12:43 pm