(397).jpg)
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (17 ก.ย.69) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 12.20 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 4,399.70 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากการชะลอตัวลงของราคาน้ำมันช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยที่หนุนราคาทองคำ ขณะที่นักลงทุนประเมินผลการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง 0.5% และราคาน้ำมันเบรนท์ ลดลง 0.95% หลังจากมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยดำเนินการขนส่งผ่านประเทศโอมาน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% โดยลดลง 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 4.93% ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ขยับลงมาอยู่ที่ระดับ 100.248
ทั้งนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ส่วนการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566
ส่วนรายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 จากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 53.1% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจาก 27.2% เมื่อสัปดาห์ก่อน
ข่าวเด่น