
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำยังผันผวนในกรอบแคบ หลังลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,290 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับและปิดบริเวณ 4,350 เหรียญ สะท้อนว่า 4,300 เหรียญยังเป็นแนวรับสำคัญเชิงจิตวิทยา ปัจจัยหนุนมาจาก ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 และหลุดระดับ 100 เหรียญ ช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อ และลดแรงคาดการณ์ว่า Fed อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านมีสัญญาณดีขึ้น ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณว่าอาจเปิดช่องแคบ Hormuz ภายใน 7 วัน และซาอุดีอาระเบียเตรียมกลับมาส่งออกน้ำมันผ่าน East-West Pipeline อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ หากการเจรจาไม่คืบหน้า
ด้าน Fund Flow SPDR ซื้อเข้า 0.57 ตัน เพิ่มการถือครองเป็น 1,055.98 ตัน ส่งผลให้เดือนกันยายนซื้อสุทธิ 13.63 ตัน ขณะที่ความต้องการทองคำจากจีนยังแข็งแกร่ง โดยยอดนำเข้าสะสมถึงเดือน ส.ค. ทะลุ 1,100 ตัน มากกว่ายอดรวมทั้งปี 2025 และ Gold ETF ในจีนเพิ่มการถือครองราว 44 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนยังมีความต้องการถือครองทองคำในระดับสูง และแรงซื้อเชิงโครงสร้างยังช่วยพยุงตลาด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันยังมาจาก ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นสู่ 100.64 จุด และ US 10Y Yield ที่ทรงตัวสูงบริเวณ 4.955% ซึ่งยังจำกัด Upside ของทองคำในระยะสั้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังมีลักษณะ Sideways หลังลงทดสอบบริเวณ 4,300 เหรียญ แล้วมีแรงซื้อกลับ ทำให้ระดับดังกล่าวยังเป็นฐานสำคัญในระยะสั้น วิเคราะห์ว่า ตลาดยังอยู่ในช่วงรอการเลือกทิศทาง Breakout หากราคายังสามารถรักษาระดับเหนือ 4,300 เหรียญ ได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,400 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ควรเน้นซื้อขายตามกรอบและระมัดระวังความผันผวน เนื่องจากราคายังอยู่ในช่วง ปรับฐาน
ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,300 เหรียญ และ 4,240 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,380 เหรียญ และ 4,440 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 67,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 68,500 บาท
ด้าน Gold COMEX (GCV26) แนวรับอยู่ที่ 4,303 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,383 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,305 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,385 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 68,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 69,000 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น