ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.30-33.70 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯและความเห็นประธานเฟด


 

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.53 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายกรอบแคบระหว่าง 33.51-33.70 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ แม้ตลาดดอกเบี้ยจะปรับลดคาดการณ์ต่อการคุมเข้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) สะท้อนว่าแรงหนุนของเงินดอลลาร์เกิดจากปัจจัยลบในต่างประเทศมากกว่า โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านการคลังและการเมืองในยูโรโซน ขณะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนีปรับตัวผันผวนสูง ทางด้านรายงานประชุมเฟดเปิดทางสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ไม่ได้แสดงท่าทีเร่งรีบ และบ่งชี้ว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนั้นเป็นการบริหารความเสี่ยงไว้บางส่วนต่อกรณีที่ภาวะอุปสงค์อาจแข็งแกร่งเกินคาด หรือเงินเฟ้อที่เกิดจากด้านอุปทานอาจยืดเยื้อมากกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 9,505 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 5,114 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ความแข็งแกร่งของเงินหยวนได้ช่วยพยุงสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียให้มีเสถียรภาพมากกว่าที่ควรจะเป็นภายใต้ภาวะดอลลาร์แข็งค่าโดยรวม ขณะที่หากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกันยายนของสหรัฐฯไม่ได้ออกมาสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ มีแนวโน้มว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ขณะเดียวกันประธานเฟดมีกำหนดเข้าร่วมวงเสวนาในการประชุมประจำปีของ IMF ที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นการแสดงความเห็นต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่การประชุม FOMC เดือนกันยายน อนึ่ง ความกังวลของตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อผลเชิงลบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในฝรั่งเศสจะยังคงจำกัดแรงขายเงินดอลลาร์ในระยะนี้

สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเพิ่มขึ้น 2.82% ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาพลังงานและราคาอาหารที่สูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 1-3% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.50% y-o-y ทางด้านผู้ว่าการธปท.ระบุว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวราว 2.3% ในปีนี้จากการลงทุนเป็นสำคัญ ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีบางส่วน สำหรับภาคการส่งออก ธปท.มองว่ามีแนวโน้มขยายตัว 17-18% ในปีนี้ เทียบกับประมาณการเดิมที่ 14%
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 ต.ค. 2569 เวลา : 11:09:42

12-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 12, 2026, 12:16 pm