ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ โดยหากราคาสามารถสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,250 เหรียญ


 

ทิศทางราคาทองคำ

ภาพรวมราคาทองคำตลาดโลกฟื้นตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ และกลับมาปิดบวกรายสัปดาห์ได้ราว 54 เหรียญ หลังปรับฐานติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ขณะที่เช้าวันนี้ราคาปรับขึ้นต่อเหนือระดับ 4,200 เหรียญ สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด และเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในระยะสั้น

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีและ 30 ปี ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมียอดเสนอซื้อสูงถึง 2.7 เท่าส่งผลให้ Bond Yield ระยะยาวปรับลดลงในช่วงท้ายสัปดาห์ รวมถึงราคาน้ำมันดิบเริ่มชะลอตัวลดลง ช่วยคลายแรงกดดันต่อทองคำ แม้ดัชนีดอลลาร์ยังทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 102 จุด

ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน แม้ Donald Trump ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจากับอิหร่าน แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง และยังมีเหตุโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเริ่มปรับลดลง หลังสหรัฐฯ ประกาศผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเชื้อเพลิงรัสเซียเป็นการชั่วคราว ประกอบกับ Trump ระบุว่ารัสเซียตกลงเพิ่มการส่งออกดีเซลหลายล้านตันสู่ตลาดโลก ช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานและแรงกดดันเงินเฟ้อ

ด้าน Fund Flow กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.28 ตัน ปัจจุบันถือครอง 1,053.13 ตัน ส่งผลให้เดือนตุลาคมขายสุทธิ 4.26 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปียังคงขายสุทธิ 18.85 ตัน

โดยสัปดาห์นี้ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ CPI วันที่ 14 ต.ค. และ PPI วันที่ 15 ต.ค. เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ประเมินกรอบราคาทองคำตลาดโลกคาดเคลื่อนไหวบริเวณ 4,180–4,260 เหรียญ และทองคำไทยบริเวณ 66,000–67,200 บาท

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ โดยหากราคาสามารถสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,250 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทางเทคนิคยังเคลื่อนไหวในกรอบพักฐานแบบ Sideways จึงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร โดยคาดว่าสัปดาห์นี้ตลาดยังอยู่ในช่วง Wait & See เพื่อรอปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ก่อนเลือกทิศทาง Breakout ที่ชัดเจน

ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,180 เหรียญ และ 4,150 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,230 เหรียญ และ 4,260 เหรียญ ส่วนทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 66,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 67,200 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,205 เหรียญ และ 4,175 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,255 เหรียญ และ 4,285 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,230 เหรียญ และ 4,200 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,280 เหรียญ และ 4,310 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 66,450 บาท และ 66,150 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 67,650 บาท และ 67,950 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

LastUpdate 12/10/2569 16:26:48 โดย : Admin

12-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 12, 2026, 6:57 pm