
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลงแรงหลังการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด กระตุ้นความกังวลว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาหลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงไปทดสอบบริเวณ 4,075 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับในลักษณะ V-Shape Recovery และสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,100 เหรียญ ได้อีกครั้ง สะท้อนว่ายังมีแรงซื้อรองรับบริเวณแนวรับสำคัญ แม้ความผันผวนระหว่างวันยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน Bond Yield และดัชนีดอลลาร์เริ่มย่อตัวลงหลังปรับขึ้นแรงจากตัวเลขเงินเฟ้อ โดยดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าจาก 102.9 จุด มาอยู่บริเวณ 102.1 จุด ช่วยคลายแรงกดดันต่อทองคำบางส่วน ขณะที่ FedWatch ลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. จาก 42% เหลือ 29.3% โดยตลาดให้น้ำหนัก 70.7% ว่า Fed จะคงดอกเบี้ย สอดคล้องกับรายงาน Beige Book ที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว อย่างไรก็ตาม Bond Yield และดัชนีดอลลาร์ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. จึงยังเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย หลังมีรายงานการโจมตีเรือสินค้าใกล้ช่องแคบ Hormuz และการขยายเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงและเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ
วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำระยะสั้นยังมีแนวโน้มผันผวนสูง เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ยังไม่คลี่คลาย แม้ Bond Yield และดัชนีดอลลาร์จะเริ่มย่อตัวลงบางส่วน อย่างไรก็ตามภาพระยะยาวยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนทองคำ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจช่วยหนุนความต้องการถือครองทองคำในฐานะ Safe Haven
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวผันผวนสูง หลังปรับตัวลงหลุดระดับ 4,100 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับจากบริเวณ 4,075 เหรียญ และสามารถรีบาวด์ขึ้นมายืนเหนือแนวรับสำคัญได้อีกครั้ง สะท้อนว่ายังมีแรงซื้อรองรับบริเวณโซนล่าง วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำระยะสั้นยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 4,100–4,200 เหรียญ โดยเน้นกลยุทธ์ รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับ มากกว่าการไล่ราคา ท่ามกลางความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 4,100 เหรียญ และ 4,070 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,200 เหรียญ และ 4,230 เหรียญ สำหรับทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 65,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,500 บาท
ด้าน Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,125 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,225 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,150 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,250 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 65,600 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 66,900 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ข่าวเด่น