ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือระดับ 4,150 เหรียญในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังปิดลบราว 25 เหรียญ


ทิศทางราคาทองคำ

ภาพรวมราคาทองคำตลาดโลกยังฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือระดับ 4,150 เหรียญในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังปิดลบราว 25 เหรียญ โดยราคายังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ท่ามกลางแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า และ Bond Yield ที่ทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตาม การที่ราคายังรักษาฐานเหนือ 4,100 เหรียญได้ สะท้อนว่าตลาดเริ่มรับรู้ปัจจัยลบไปบางส่วน และยังมีแรงซื้อเข้ามาประคองราคา

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั้งรัสเซีย–ยูเครน และสหรัฐฯ–อิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ยังคงอยู่เหนือ 100 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและจำกัดโอกาสการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยตลาดส่วนใหญ่ยังคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27–28 ต.ค.

ด้าน Fund Flow กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 5.13 ตัน ปัจจุบันถือครอง 1,059.04 ตัน ส่งผลให้เดือนตุลาคมซื้อสุทธิ 1.65 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปียังคงขายสุทธิ 12.94 ตัน

ประเมินว่า ภาพรวมทองคำยังอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่การรักษาระดับเหนือ 4,100 เหรียญได้ท่ามกลางภาวะดอลลาร์แข็งค่าและดอกเบี้ยสูง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะกลาง โดยหากสามารถรักษาฐานดังกล่าวต่อเนื่องได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัว ทั้งนี้ สัปดาห์นี้ตลาดจับตาตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ ตลาดแรงงาน PMI และความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ก่อนการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบพักฐาน Sideways บริเวณ 4,100–4,200 เหรียญ โดยระดับ 4,100 เหรียญยังเป็นแนวรับสำคัญที่มีแรงซื้อเข้ามาประคองราคา สะท้อนว่าโครงสร้างระยะกลางยังไม่เสียทรง

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นตลาดยังอยู่ในภาวะ Wait & See เพื่อรอผลการประชุมเฟด โดยหากราคาสามารถรักษาฐานเหนือ 4,100 เหรียญได้ ยังมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 4,200 เหรียญ และรอสัญญาณ Breakout เพื่อยืนยันทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าว ต้องระวังแรงขายที่อาจกลับเข้ามากดดันราคา

ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,130 เหรียญ และ 4,100 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,200 เหรียญ และ 4,230 เหรียญ ส่วนทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 65,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,500 บาท

สำหรับ Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,150 เหรียญ และ 4,120 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,220 เหรียญ และ 4,250 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,175 เหรียญ และ 4,145 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,245 เหรียญ และ 4,275 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 65,900 บาท และ 65,600 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,900 บาท และ 67,200 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 ต.ค. 2569 เวลา : 10:57:21

19-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 19, 2026, 11:48 am