.jpg)
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์นี้ (วันที่ 19-25 ตุลาคม 2569) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 33.56 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยทิศทางตลาดยังคงได้รับอิทธิพลจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการคาดการณ์แนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด
แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาพลังงาน โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายน ขยายตัว 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากราคาน้ำมันเบนซิน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ทรงตัวอยู่ที่ 2.6% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาสินค้าและบริการได้กระจายตัวในวงกว้างมากขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดพลังงานเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ต้นทุนในภาคการผลิตยังส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อนหน้า และขยายตัว 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ปัจจัยสำคัญมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นถึง 10.8% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนอาจทยอยส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในภาคปลายน้ำในระยะต่อไป
ด้านอุปสงค์ภายในประเทศสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว โดยยอดค้าปลีกปรับเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากยอดขายของสถานีบริการน้ำมันที่สูงขึ้นตามราคาพลังงาน จึงอาจไม่ได้สะท้อนการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนในภาพรวมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ภาคแรงงานและภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังแสดงสัญญาณเชิงบวก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงมีแรงส่งในการขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มนโยบายการเงิน ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงควบคู่กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่บางส่วนของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงประเมินว่ามีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหนึ่งครั้งภายในปี 2569 โดยปัจจัยดังกล่าวสนับสนุนมุมมองที่ว่า เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนตุลาคม ก่อนพิจารณาความเหมาะสมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม
ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าในระยะถัดไป ท่ามกลางการปรับลดน้ำหนักการคาดการณ์ของตลาดต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนตุลาคม ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี
ข่าวเด่น