ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังเมื่อวานปรับตัวหลุดระดับดังกล่าวอีกครั้ง โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,978 เหรียญ


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังเมื่อวานปรับตัวหลุดระดับดังกล่าวอีกครั้ง โดยลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,978 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับและรีบาวด์ขึ้นมายืนเหนือ 4,000 เหรียญ ได้อีกครั้ง สะท้อนว่ายังมีแรงซื้อรองรับบริเวณแนวรับสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจาก US 10Y Yield ที่ลดลงต่ำกว่า 4.98% และราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย ช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถานจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเยือนอิหร่านเพื่อเจรจาลดความตึงเครียด แต่ยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญ ขณะที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน หากได้รับคำสั่งจากทรัมป์ ซึ่งยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์ยังแข็งค่าและทรงตัวบริเวณ 102.1 จุด ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจยูโรโซน ขณะที่เม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงให้ความสนใจกลุ่ม AI และเทคโนโลยี ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและความสนใจลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ด้านนโยบายการเงิน ราคาทองคำยังถูกกดดันจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed แม้ FedWatch ให้น้ำหนัก 90.6% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมวันพุธนี้ แต่ตลาดยังประเมินโอกาสสูงถึง 81.5% ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ธ.ค. สะท้อนว่าความกังวลด้านเงินเฟ้อยังคงจำกัดการรีบาวด์ของทองคำ

ด้านกองทุนทองคำ SPDR ขายออก 0.85 ตัน ทำให้ถือครองอยู่ที่ 1,040.80 ตัน โดยเดือน ต.ค. ขายสุทธิ 16.59 ตัน และตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 31.18 ตัน สะท้อนว่า Fund Flow ยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

วิเคราะห์ว่า หากราคาทองคำสามารถรักษาระดับเหนือ 4,000 เหรียญ ได้ในช่วง 1–2 วันนี้ มีโอกาสทรงตัวและเกิด Technical Rebound ขึ้นทดสอบบริเวณ 4,200 เหรียญ อย่างไรก็ตาม การรีบาวด์ยังมีข้อจำกัดจากปัจจัยกดดันโดยรวม ทำให้ราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับดังกล่าว แต่ยังยืนเหนือได้ยาก และต้องระมัดระวังแรงขายที่อาจกลับเข้ามากดดันราคาอีกครั้ง

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำมีโอกาสกลับมาทรงตัวและเกิด Technical Rebound ในระยะสั้น หลังมีแรงซื้อกลับบริเวณแนวรับสำคัญ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังอยู่ภายใต้ แนวโน้มขาลง และยังไม่ปรากฏสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน จึงต้องระมัดระวังแรงขายที่อาจกลับเข้ามากดดันราคา

วิเคราะห์ว่า แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา โดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับและมีสัญญาณแรงซื้อกลับ พร้อมทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน เนื่องจากการรีบาวด์ยังมีข้อจำกัดและมีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ

ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 3,990 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,030 เหรียญ และ 4,070 เหรียญ สำหรับทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 63,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 64,700 บาท

ด้าน Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,005 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,045 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,030 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,070 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 63,630 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 64,830 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
 
 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำซื้อขายในกรอบ "Down Trend" โดยรอให้ราคาย่อตัวใกล้แนวรับสำคัญและมีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนก่อนเข้าซื้อ พร้อมทยอยแบ่งขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน เนื่องจากแนวโน้มหลักยังเป็นขาลงและมีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ จึงควรระมัดระวังความผันผวนและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำถือสถานะด้วยความระมัดระวัง รอสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนก่อนเปิดซื้อเพิ่มเติม เนื่องจากแนวโน้มหลักยังเป็นขาลง พร้อมกำหนดจุด Stop Loss

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ต.ค. 2569 เวลา : 12:14:41

27-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 27, 2026, 12:59 pm