(421).jpg)
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (28 ต.ค.69) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 23 ดอลลาร์ หรือ 0.56% ปิดที่ 4,051.60 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะแถลงมติการประชุม
ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ดีดตัวขึ้นกว่า 1% หลังจากกลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย และมีสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำ โดยแม้ว่าทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ในขณะเดียวกันนักลงทุนก็กังวลว่าภาวะเงินเฟ้อสูงอาจส่งผลให้ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะลดความน่าดึงดูดของทองคำ
นักลงทุนรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยหลังจากตลาดทองคำปิดทำการ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติด้วยคะแนนเสียง 10-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า “อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยให้คณะกรรมการสามารถกำหนดจุดยืนด้านนโยบายที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ของคณะกรรมการได้ภายในเวลาที่เหมาะสม โดยคณะกรรมการจะดำเนินการเพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา”
สำหรับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้น จีนเข้าซื้อทองคำสุทธิผ่านทางฮ่องกงเพิ่มขึ้นกว่า 28% ในเดือนก.ย. แตะที่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยได้แรงหนุนจากความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และจากการที่ผู้ค้าเร่งสะสมสต็อกก่อนวันหยุดยาว Golden Week
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
ข่าวเด่น