ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น


ทิศทางราคาทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,000 เหรียญ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน ก.ย. ที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับ GDP ไตรมาส 3 ที่ขยายตัวแข็งแกร่ง สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง เพิ่มความกังวลว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.

ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินเริ่มเข้าสู่ภาวะ Risk-Off หลังหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เผชิญแรงขายจากความกังวลด้านผลประกอบการ ขณะที่ตลาดคริปโตได้รับแรงกดดันจากรายงานการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ผิดปกติบน Binance มูลค่าราว 5,800 ล้านดอลลาร์ แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าเกิดการแฮ็กหรือความเสียหายจริง ท่ามกลางภาวะที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและหันเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ US 10Y Yield ลดลงสู่บริเวณ 4.89–4.91% ต่ำสุดในรอบเดือน ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ 101.7 จุด อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำกลับปรับตัวลดลงสวนทางกับ Bond Yield ซึ่งอาจเกิดจากแรงขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและชดเชยผลขาดทุนจากสินทรัพย์อื่น แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเกิดจาก Margin Call โดยตรง

ด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้สหรัฐฯ และอิหร่านมีความพยายามฟื้นฟูการเจรจาทางการทูต หลังรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน แต่อิหร่านยังปฏิเสธข้อเสนอหยุดความขัดแย้งฉบับใหม่จากกาตาร์ ขณะที่กลุ่มฮูตีอ้างว่าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ประกอบกับความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง โดย Brent อยู่ที่ 118 เหรียญ และ WTI อยู่ที่ 105 เหรียญ ท่ามกลางต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งยังสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและเป็นอีกปัจจัยสำคัญกดดันราคาทองคำ

 
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down หลังการรีบาวด์ในช่วงก่อนหน้าไม่สามารถรักษาแรงซื้อได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานโดยรวมยังคงกดดันราคา ทำให้ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงปรับฐานต่อเนื่อง วิเคราะห์ว่าหากราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 เหรียญ หรือทองคำในประเทศหลุดระดับ 63,600 บาท อาจเผชิญแรงขายเพิ่มเติมและมีความเสี่ยงปรับตัวลงต่อ ขณะที่การกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,040 เหรียญ จะช่วยลดแรงกดดันด้านขาลงและเพิ่มโอกาสเกิด Technical Rebound ในระยะสั้น

ประเมินกรอบระยะสั้นของ Gold Spot แนวรับอยู่ที่ 3,980 เหรียญ และ 3,940 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,040 เหรียญ และ 4,080 เหรียญ สำหรับ ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ 63,600 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 64,300 บาท

ด้าน Gold COMEX (GCZ26) แนวรับอยู่ที่ 3,992 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,052 เหรียญ ส่วน Gold Online Futures (GOZ26) แนวรับอยู่ที่ 4,015 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,075 เหรียญ สำหรับ Gold Futures 10 บาท (GF10V26) แนวรับอยู่ที่ 63,900 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 64,600 บาท

โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้

แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง

- นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้

- นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ต.ค. 2569 เวลา : 11:41:09

30-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 30, 2026, 12:42 pm