เอสเอ็มอี
สสว. เดินหน้าจับมือ 9 หน่วยงานบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการผ่าน "SME One ID : หนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ" หวังเสริมแกร่ง SMEs ไทยในโลกดิจิทัลอย่างปลอดภัย


สสว. เดินหน้าผลักดันโครงการหนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ SME ONE ID ประกาศจับมือร่วมกับ 9 หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและเข้ารับบริการจากภาครัฐได้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลสู่การพัฒนาสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้แข็งแกร่งและปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัล   
 
 
นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ดำเนินโครงงานหนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ (One Identification : ID One SMEs) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ SME ของไทยลดภาระการเตรียมเอกสารเพื่อติดต่อและขอรับบริการกับหน่วยงานภาครัฐ โดยเป็นการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานและให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) พัฒนาระบบทะเบียนและการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ประกอบการSME ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล และเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ปี 2565 พร้อมกับบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจให้บริการผู้ประกอบการ SMEเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล SME One ID ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ารับบริการกับหน่วยงานรัฐโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ และที่สำคัญผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการและโครงการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็วโดยไม่ต้องรอการยืนยันเอกสารเช่นรูปแบบเดิม
 
 
“SME ONE ID เปรียบเสมือนตัวตนในรูปแบบ Digital ID ของผู้ประกอบการ SME ที่มีการพิสูจน์ตัวตนในระดับที่มีความน่าเชื่อถือสามารถอ้างอิงข้อมูลและยืนยันตนเอง SME ได้ ปัจจุบัน สสว. ได้พัฒนาช่องทางการขึ้นทะเบียนให้มีความหลากหลายเพื่อรองรับการใช้งาน และอำนวยความสะดวกของผู้ประกอบการ โดยสามารถขึ้นทะเบียนด้วยตนเองผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) เว็บไซต์ http://bizportal.go.th 2) SME CONNEXT ที่แอพลิเคชั่นเพื่อผู้ประกอบ SME รองรับการใช้งานทั้งในระบบ IOS และระบบ Android  3) แอพลิเคชั่นทางรัฐ และยังสามารถขึ้นทะเบียนได้ที่ศูนย์บริการ SME ครบวงจร ครอบคลุม 77 จังหวัด ทั่วประเทศ”
 
 
จากการขึ้นทะเบียนและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ผ่านมาจนปัจจุบันสสว.มีฐานข้อมูลผู้ประกอบการ ในระบบ SME ONE ID รวมจำนวน 1,112,078 ราย (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2568) โดยดำเนินการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานผ่านระบบ SME ONE ID เรียบร้อยแล้วจำนวน 11 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสรรพากร, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงแรงงาน, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ,สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, กรมส่งเสริมการเกษตร,ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
 
“ปีนี้ สสว.มีแผนการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพิ่มเติมอีก 9 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ 
 
1) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
2) กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน
3) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
4) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
5) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
6) กรุงเทพมหานคร
7) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
8) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
9) บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
 
ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะร่วมกับบูรณาการข้อมูลผู้ประกอบการ SME  เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลสู่การพัฒนาสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมกับความต้องการของผู้ประกอบการ SME เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้แข็งแกร่งและปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัล ทั้งนี้สสว. มีเป้าหมายในการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภายในปีงบประมาณ 2569 สะสมรวม 25 หน่วยงาน”
 
ในปัจจุบัน ฐานข้อมูล SME ONE ID มีในระบบรวมจำนวน 1,112,078 ราย แบ่งเป็นข้อมูลบุคคลธรรมดา 60,659 ราย ข้อมูลนิติบุคคล 948,751 ราย ขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชน 82,769 ราย และ Pre-Start Up หรือ ผู้สนใจเริ่มต้นธุรกิจ 19,899 ราย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 มิ.ย. 2568 เวลา : 14:10:54
07-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (6 ก.พ. 69) บวก 7.78 จุด ดัชนี 1,354.01 จุด

2. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (6 ก.พ.69) บวก 10.21 จุด ดัชนี 1,356.44 จุด

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 ก.พ.69) ร่วง 61.30 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่าฉุดตลาด

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 ก.พ.69) ร่วง 592.58 จุด หวั่นการแข่งขัน AI รุนแรง ฉุดกำไรบริษัทกลุ่มเทคฯ

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา, 8-11 ก.พ. ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง

6. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ซึ่งการปรับฐานอาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เคลื่อนไหวระยะยาว ที่ค่อนข้างกว้างบริเวณ 4,650-4,950 เหรียญ

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 ก.พ.69) ลบ 2.47 จุด ดัชนี 1,343.76 จุด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-31.95บาท/ดอลลาร์

9. ราคาทองวันนี้ (6 ก.พ. 69) เปิดตลาด ร่วงลง 1,300 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,800 บาท

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 ก.พ.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 9 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล

12. ประกาศ กปน.: 9 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 3

13. ตลาดหุ้นไทยปิด (5 ก.พ. 69) ลบ 0.31 จุด ดัชนี 1,346.23 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (5 ก.พ.69) ลบ 7.63 จุด ดัชนี 1,338.91 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำในระยะสั้นประเมินว่าเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยนักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนของราคาประเมินแนวรับของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot)อยู่ที่บริเวณ 5,000-5,100 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 7, 2026, 8:59 am