หุ้นทอง
"GCAP GOLD" ชี้ทองคำระอุ รับศักราชใหม่ แนะกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" ลุ้นฝ่าด่าน $4,450


บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดรับศักราชใหม่ระอุ ชี้ทองคำเข้าสู่ ช่วงวัดใจ แนะกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" รับปัจจัยบวกภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ บุกเวเนซุเอลา และเกาหลีเหนือทดสอบจรวด จับตาแนวรับสำคัญ $4,300

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดทองคำเปิดรับศักราชใหม่ร้อนระอุ โดยเปิดสัปดาห์แรกของปี 2569 ตลาดการเงินโลกต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ เดินหน้าจัดการเวเนซุเอลาอย่างจริงจัง และดำเนินปฏิบัติการทางทหารเข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร พร้อมประกาศความพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนด สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพทางการเมืองและพลังงานโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อความต้องการถือครองทองคำตลอดสัปดาห์นี้

อีกทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียที่เพิ่มน้ำหนักให้นักลงทุนส่วนใหญ่ เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่โหมดระมัดระวังอย่างชัดเจน หลังจากมีรายงานว่าเกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าในเบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจโดยตรงทันที แต่อาจกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะช่วงที่นักลงทุนยังคงขาดความเชื่อมั่นต่อทิศทางและเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม ส่งผลให้ราคาทองคำในปัจจุบันได้รับแรงประคองอย่างแข็งแกร่งจากปัจจัยด้านจิตวิทยาการลงทุน

พร้อมกันนี้ยังมีปัจจัยการให้น้ำหนักหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจมีการเปิดตัวผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความคาดหวังด้านนโยบายการเงินในระยะถัดไป ควบคู่กับการประกาศข้อมูลตลาดแรงงานสำคัญ อย่าง Nonfarm Payrolls ซึ่งเป็นตัวแปรที่ตลาดใช้ประเมินท่าทีของเฟดในการประชุมเดือนมกราคม ทั้งนี้หากข้อมูลเริ่มสะท้อนการชะลอตัว จะเป็นแรงหนุนต่อ ราคาทองคำในเชิงพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณามุมมองการลงทุนทองคำเชิงกลยุทธ์ ทางฝ่ายวิจัย แนะนำ ให้รอย่อซื้อบริเวณ $4,300 / $4,250 ภายใต้ปัจจัยตลาดยังอยู่ในช่วงวัดใจจากแรงขายในภาพรายสัปดาห์ ส่งผลให้ฝั่งซื้อยังคงต้องเน้นความระมัดระวังเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามจากข่าวบวกที่เริ่มทยอยเข้ามาสนับสนุน ให้ราคาเริ่มฟื้นตัว โดยหากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ $4,400 / $4,450 ได้จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยลดแรงกดดันและเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นในระยะถัดไป ในทางกลับกันหากราคาหลุดต่ำกว่า $4,300 มีความเสี่ยงที่ราคาจะพักฐานลงไปทดสอบบริเวณ $4,250 ซึ่งจะเป็นจุดเข้าซื้อเล่นรอบถัดไป 

 ในส่วนของทิศทางราคาทองคำไทยนั้น แนะนำหาจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้บริเวณ 64,500 – 63,800 บาท โดยสามารถแบ่งขายทำกำไรบริเวณ 65,700 – 66,000 บาท ทั้งนี้หากราคาทองโลกยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $4,450 ได้ แนะนำให้บริหารพอร์ตโดยถือครองทองคำไทยในสัดส่วน ที่เหมาะสม และทยอยขายเป็นรอบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะสั้น     

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ม.ค. 2569 เวลา : 14:10:37
09-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ข่าวดี! กบน.ไฟเขียว ลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ลง 50 สตางค์ต่อลิตร บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน มีผลพรุ่งนี้

2. ตลาดหุ้นปิด (8 ม.ค.68) ลบ 27.22 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,253.60 จุด

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (8 ม.ค.69) ลบ 17.85 จุด ดัชนี 1,262.97 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิด (8 ม.ค.69) ลบ 15.25 จุด ดัชนี 1,265.57 จุด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 ม.ค.69) ทั่วไทยอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศา "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา มีน้ำค้างแข็ง

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 ม.ค.69) ลบ 33.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน ( 7 ม.ค.69) ลบ 466 จุด หุ้นกลุ่มการเงินร่วงฉุดตลาด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 ม.ค. 69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,800 บาท

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.25-31.50 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.32 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 12 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวัดศรีวารีน้อย

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (7 ม.ค.69) บวก 6.07 จุด ดัชนี 1,280.82 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (7 ม.ค.69) บวก 0.16 จุด ดัชนี 1,274.91 จุด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) บวก 44.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) ทำนิวไฮพุ่ง 484.90 จุด รับแรงซื้อหุ้นชิป-เทคโนโลยี

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 9, 2026, 6:05 am