(123)(356).jpg)
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีสร้างราคาและ/หรือปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท พรีเมียร์ แทงค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PTC) พร้อมทั้งรายงานการดำเนินการต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ในปี 2565 และดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม พบพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า กลุ่มบุคคลรวม 21 ราย ได้แก่ (1) นายอนุวัฒน์ แซ่ตั้ง (2) นายกฤษกรณ์ รัมย์ไธสง (3) นายนพดล ศรีสุวรรณ (4) นายณัฐพงค์ ปัญจศิริวรากุล (นามสกุลเดิม ศรีสุวรรณ) (5) นายภาณุภณ วรพาณี (6) นางสาวฐิติพร วังไพฑูรย์ (7) นายธนกฤต เลิศผาติ (8) นางสาวนิชานันท์ จีรไชยวรโชติ (ชื่อเดิม นางสาวจิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ) (9) นายพรเทพ วิชัยกุล (10) นางสาวพัทธ์ธีรา หอมวิไล (11) นายพงษ์พันธ์ ปานะพิมพ์ (12) นายปวิช ชัยธรรมกร (13) นายตฤณ ถิรธนโภคิน (14) นายประสิทธิ์ ศิริเยาว์วรรณ (15) นายสุรัตน์ อาศิรวาท (16) นางละออ ตั้งคารวคุณ (17) นายณัฐภณ นิธิธนัตกุล (18) นางสาวพิมพ์ณดา วิทยาอมรโรจน์ (19) นายวินิจ มณีนวล (20) นางสาวกนกพัฒน์ โชคธนมณี และ (21) นางสาวสิริพิชชา มณีวรรณ์ ได้ร่วมกันสร้างราคา และ/หรือปริมาณการซื้อขายหุ้น PTC ในช่วงก่อนเปิดการซื้อขาย (Pre – open) ในภาคเช้าของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งเป็นวันแรกของการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีพฤติกรรมรู้เห็นหรือตกลงกันในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ด้วยการส่งคำสั่งซื้อ และ/หรือขายหุ้น PTC อย่างต่อเนื่องหลายระดับราคา ส่งผลให้ราคาหุ้น PTC เปิดทำการซื้อขายที่ราคา 6.75 บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาเสนอขายต่อประชาชน (ราคา IPO) ถึงร้อยละ 92.86 ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา และ/หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และมุ่งหมายให้ราคาหุ้น PTC ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
การกระทำของกลุ่มผู้กระทำผิดทั้ง 21 รายข้างต้น เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 244/3 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และบทสันนิษฐานของมาตรา 244/5 (4) และ/หรือมาตรา 244/6 (3) แห่งพ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ (แล้วแต่กรณี) ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษผู้กระทำผิดทั้ง 21 รายต่อ DSI เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้แจ้งการดำเนินการตามข้างต้นต่อ ปปง. เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป เนื่องจากความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
ข่าวเด่น