
(-) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง หลังตลาดกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรภาษีเพิ่มเติมอีก 10% กับสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, ฟินแลนด์, เดนมาร์ก, นอร์เวย์และสวีเดน เพื่อตอบโต้ชาติในยุโรปซึ่งเห็นต่างกับสหรัฐฯ ในการเข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์ โดยมาตรภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 69 และอัตราภาษีจะปรับขึ้นสู่ระดับ 25% ในเดือน มิ.ย. 69 หากสหรัฐฯ ยังไม่สามารถเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์ได้ โดยล่าสุด นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ความเปราะบางของชาติในยุโรปเป็นเหตุผลสำคัญที่สหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้ามาควบคุมเพื่อรักษาเสถียรภาพของโลก
(-) สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 4/68 อยู่ที่ระดับ 4.5% ชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ 3/68 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.8% โดยตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นอัตราการเติบที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่จีนยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดในช่วงปลายปี 2565 นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะยังคงเผชิญความท้าทายในปี 2569 หลังตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากภาคอสังริมทรัพย์และตลาดแรงงานที่ยังคงไม่ฟื้นตัว
(+) ตลาดจับตาสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมายอมรับว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตหลายพันคนจากเหตุการณ์ประท้วงซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 68 และกล่าวว่าทางอิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
ข่าวเด่น