เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
รัฐบาลรับทราบข้อเสนอวุฒิสภา "ปลดล็อกอุปสรรคอุตสาหกรรมไทย" เดินหน้าเร่งปรับกฎหมาย - หนุน SME - ยกระดับทักษะแรงงาน สร้างขีดแข่งขันระยะยาว


 
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง "ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคและแนวทางแก้ไขปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย" ตามรายงานของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณาในระดับนโยบาย โดยรายงานดังกล่าวสะท้อนภาพรวมว่า แม้อุตสาหกรรมไทยเป็นกลไกสำคัญต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ของประเทศ แต่ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ เช่น กฎหมายและระเบียบที่ล้าสมัย การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำกัด การพัฒนาเทคโนโลยีที่ยังไม่ทันต่อการแข่งขัน และการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเหมาะสม ซึ่งกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันในระดับสากลและการเติบโตอย่างยั่งยืน

รองโฆษกฯ ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมพิจารณาแล้ว และเห็นควรขับเคลื่อนการแก้ไขอย่างเป็นระบบโดยแบ่งแนวทางดำเนินการเป็น 3 ระยะ เพื่อให้เกิดผลจริงทั้งระยะสั้น กลาง และยาว 

เริ่มจากระยะเร่งด่วน เน้นปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมาย หรือกฎระเบียบให้ทันสมัย ลดขั้นตอน ลดระยะเวลาการขออนุญาต ลดต้นทุน เพิ่มความโปร่งใส พร้อมเร่งมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SME ทั้งด้านเงินทุนหมุนเวียน การเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การให้คำปรึกษา และการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ในกระบวนการผลิต ตลอดจนเพิ่มการคุ้มครองผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และการแก้ปัญหาหนี้ของ SME ในมิติที่เกี่ยวข้อง

สำหรับระยะกลาง มุ่ง “ปรับโครงสร้าง” และ “เพิ่มการผลิตพลังงานทดแทน” โดยเน้นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างมีกรอบอำนาจหน้าที่ชัดเจน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและส่งเสริมพลังงานทดแทน เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการยกระดับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้จริงในภาคการผลิต การสร้างเครือข่ายพันธมิตรอุตสาหกรรมและคลัสเตอร์ เพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่มูลค่า ถ่ายทอดเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอุตสาหกรรมร่วมกัน ตลอดจนการสร้างสมดุลทางการค้า ทั้งการสนับสนุนตลาดในประเทศและการรับมือมาตรการกีดกันทางการค้าในเวทีระหว่างประเทศ

ขณะที่ระยะยาว เน้นการลงทุนและขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) การพัฒนาแรงงานและทักษะให้สอดคล้องอุตสาหกรรมอนาคต การยกระดับการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน รวมถึงการผลักดันความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้ซ้ำ การรีไซเคิล ไปจนถึงการจัดการของเสีย พร้อมสนับสนุนมาตรการจูงใจที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและไม่เป็นภาระงบประมาณระยะยาว

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว ได้มีการประสานการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ข้อเสนอและการดำเนินการสอดคล้องกันในภาพรวม ลดความซ้ำซ้อนของกลไก และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ โดยผลสรุปจะถูกนำเสนอเพื่อให้คณะรัฐมนตรีรับทราบตามขั้นตอน และแจ้งผลให้วุฒิสภาทราบต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลย้ำว่า การปลดล็อกอุปสรรคภาคอุตสาหกรรม ต้องทำควบคู่ไปกับการปรับกติกาให้ทันสมัย การเสริมความสามารถผู้ประกอบการ และ การพัฒนาคน เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้จริงในเวทีโลก สร้างงานสร้างรายได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ม.ค. 2569 เวลา : 14:55:53
22-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (21 ม.ค.69) บวก 21.19 จุด ดัชนี 1,317.56 จุด

2. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (21 ม.ค.69) บวก 19.00 จุด ดัชนี 1,315.37 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำโลกได้ทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ในปีนี้แล้วเป็นครั้งที่ 5 ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับ 4,750-4,700 เหรียญ แนวต้าน 4,850-4,900 เหรียญ

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.69) พุ่ง 170.40 ดอลลาร์ ทำนิวไฮยืนเหนือ $4,700 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.68) ร่วง 870.74 จุด วิตกกังวลข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-ยุโรป

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ม.ค.68) มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคอีสาน ส่งผลภาคอีสานอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิลดลง 1-2 องศา

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ม.ค. 69) พุ่งพรวด 1,050 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,450 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ม.ค.69) เวลา 9.57 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,301.65 จุด บวก 5.28 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4,805.41 ล้านบาท

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.10 บาท/ดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 22 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

12. ตลาดหุ้นปิด (20 ม.ค.69) บวก 13.17 จุด ดัชนี 1,296.37 จุด

13. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (20 ม.ค.69) บวก 18.63 จุด ดัชนี 1,301.83 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้ม "Sideway Up" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,650- 4,620 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,700-4,720

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.35 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 22, 2026, 9:11 am