เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : ลงทุนอย่างไรต่อดี? ในสภาวะเศรษฐกิจโลกไม่มั่นคง


ในสภาวะที่โลกเต็มไปด้วยความไม่มั่นคงรอบด้าน สิ่งสำคัญในโลกการลงทุนไม่ใช่การทำอย่างไรจึงจะได้ผลตอบแทนดีที่สุด ไม่ใช่ยุคที่จะต้องรีบรวย หากแต่เป็นยุคของการรักษาอำนาจต่อรอง ที่ผู้ที่อยู่รอดจากเงื้อมมือของพิษเศรษฐกิจโลก คือ คนที่ยังมีเงินเก็บ และยังมีสภาพคล่องอยู่ จากการกระจายความเสี่ยงตามบทบาทของสินทรัพย์ที่มีอยู่ในมือ

การลงทุน คือ เครื่องมือที่ทำให้เราสามารถเพิ่มมูลค่าเงินทุนให้งอกเงย ชนะเงินเฟ้อ และสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้ ช่วยเปลี่ยนจากการเก็บเงินสดเฉยๆ ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน และสอดรับกับเป้าหมายสูงสุดในอนาคตของแต่ละคน เช่น มีอิสรภาพทางการเงิน มีเงินใช้ยามเกษียณ และบรรลุเป้าหมายชีวิตต่าง ๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่เสถียรและไม่ชัดเจน การลงทุนจึงเป็นสิ่งที่นำพาให้เรารอดพ้นจากความไม่แน่นอนเหล่านี้ได้ เพียงแต่ต้องเป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงเวลาดังกล่าว ที่วิธีการ All In หรือ เน้นสินทรัพย์ที่ให้ Growth สูงในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ตอบโจทย์แต่อย่างใด แต่ควรกระจายความเสี่ยงอย่างรัดกุม โดยสามารถแบ่งบทบาทของเงินออกเป็น 3 กอง ดังนี้

1. เงินเอาตัวรอด (Survival Capital)

จัดเป็นก้อนสินทรัพย์ที่เอาไว้รองรับแรงกระแทกท่ามกลางสภาวะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากโลกในตอนนี้เต็มไปด้วยปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจเกิดความขัดแย้งได้ทุกเมื่อ เช่น การออกนโยบายกดดันทางการค้า การเกิดสภาวะสงคราม ซึ่งทำให้ Supply Chain โลก หรือตลาดการเงินพังได้ตลอด ฉะนั้นแล้วเงินกองแรก ที่ไม่จำเป็นต้องผลตอบแทนโต แต่เพียงเพื่อรักษาสภาพคล่องให้เรายังดำเนินชีวิตในประจำวันได้ อย่างการเก็บเงินสำรองเอาไว้อย่างน้อย 6 เดือนในบัญชีที่สามารถเบิกใช้ยามฉุกเฉินได้ และสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ระยะสั้น พันธบัตรรัฐบาล รวมถึงกองทุนตลาดเงิน ที่เหมาะสำหรับการพักเงิน สภาพคล่องสูง ขายคืนได้เงินไว โดยอาจพิจารณาลงเงินส่วนนี้ไว้ในสัดส่วนประมาณ 30-40% ของทั้งหมด

2. เงินป้องกันความเสี่ยงระบบ (Hedge Capital)

เนื่องจากในตอนนี้ ระบบการเงินโลกกำลังเกิดความสั่นคลอน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีความเชื่อมั่นลดลง ทั้งจากปัญหาด้านนโยบายการคลังและการเมืองของสหรัฐ ที่อยู่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พฤติกรรมของตลาดหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็น Safe Heaven อย่างทองคำ และสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือประเภทอื่นมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง ดังนั้นจึงเป็นการลงทุนที่ล้อไปกับ Theme ของตลาด เช่น การลงทุนในทองคำ รวมถึงรูปแบบกองทุนทองคำ, สินทรัพย์ประเภทที่ไม่ได้ผูกกับรัฐบาลเพียงประเทศเดียว และสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทที่มี Utility หากรับความผันผวนขึ้นมาได้ เช่น Bitcoin หรือ Bitcoin ETF ก็มีส่วนช่วยรักษาสมดุลความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยอาจพิจารณาลงเงินส่วนนี้ไว้ในสัดส่วนประมาณ 20-30% ของทั้งหมด

3. เงินสร้างโอกาสระยะยาว (Opportunity Capital)

เป็นการลงทุนระยะยาว เป็นหลักประกันทางการเงินในอนาคตที่จะเติบโตในโลกใหม่ สอดรับความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ในโลกเก่า เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Theme หลักในอนาคตที่มีโอกาสเติบโต เช่น เทคโนโลยี AI, Automation, พลังงานสะอาด,สุขภาพอย่างเทคโนโลยีการแพทย์ และ Aging Society รวมถึงประเทศที่ได้ประโยชน์จากการย้ายฐานผลิตทางอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยอาจพิจารณาลงเงินส่วนนี้ไว้ในสัดส่วนประมาณ 30-40% ของทั้งหมด แล้วแต่ความเสี่ยงที่รับได้ ซึ่งอาจจะ DCA ทยอยเข้าก็ได้ เพียงแต่ไม่แนะนำให้ไล่ราคาซื้อ เพราะไม่ใช่การเก็งกำไร และควรมองระยะยาว 3-5 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม การจัดพอร์ตการเงินทั้ง 3 กอง ยังขึ้นอยู่กับว่าเรารับการแกว่งของเงินได้มากแค่ไหน เช่น หากมูลค่าลงแล้วติดลบ 20–30% ยังรับได้ไหม หากรับความเสี่ยงได้สูง ก็อาจพิจารณาแบ่งกองเงินลงทุนบางส่วนไปลงทุนที่สามารถเสี่ยงเจ็บได้ เช่น กองทุนหรือหุ้นที่ยังไม่ฮิต เพียงแต่ทั้งหมดที่บทความนี้กล่าวมา ท้ายที่สุดต้องใช้การพิจารณาตามวิจารณญาณของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด เพราะในสภาวะที่โลกกำลังเปลี่ยนระเบียบใหม่ คนรอดไม่ใช่คนทายถูกหรือคนที่ทำตามคนอื่น หากแต่เป็นคนที่มีสติในการลงทุนอย่างรัดกุม และเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้

LastUpdate 28/01/2569 22:13:39 โดย : Admin
29-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (28 ม.ค.69) บวก 4.45 จุด ดัชนี 1,338.90 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 ม.ค.69) บวก 2.61 จุด ดัชนี 1,337.06 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 ม.ค.69) บวก 2.61 จุด ดัชนี 1,337.06 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำแนวโน้มทิศทางขาขึ้น "Up Trend" รอย่อซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,250-5,300 เหรียญ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (27 ม.ค.69) บวกเล็กน้อย 10 เซนต์ หลังพุ่งติดต่อกันหลายวัน

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (27 ม.ค.69) ร่วง 408.99 จุด หลังหุ้นประกันสุขภาพร่วงหนัก

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.05 บาท/ดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (28 ม.ค.69) ประเทศไทยมีอากาศเย็นกับมีหมอกตอนเช้า "ยอดดอย" หนาวถึงหนาวจัด 2 องศา/ฝุ่นละอองค่อนข้างมาก

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 ม.ค. 69) ปรับขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,900 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิด (28 ม.ค.69) บวก 8.67 จุด ดัชนี 1,343.12 จุด

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 30.94 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 ม.ค.69) บวก 27.38 จุด ดัชนี 1,334.45 จุด

13. ประกาศ กปน.: 29 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบางใหญ่-บางคูลัด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 ม.ค.69) บวก 23.38 จุด ดัชนี 1,330.45 จุด

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ม.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีอากาศเย็นตอนเช้า ภาคเหนือและภาคอีสานยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 29, 2026, 9:42 am