เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "ชะลอสั้นหลังขึ้นต่อเนื่อง"


คาดตลาดพักตัวหลังขึ้นต่อเนื่อง สัญญาณ Fund Flow ยังเป็นบวกแต่เริ่มลดระดับลงเร็ว คาดตลาดผันผวนและติดที่แนวต้าน 1420/1430 เช่นเดิม โดยการลงหากพักฐานไม่นานไม่ควรหลุดต่ำกว่า 1407/1400 ระยะสั้นตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไประดับหนึ่งแล้ว ปัจจัยภายนอก ตัวเลข NFPs ออกมาดีกว่าคาด แต่เป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ยาก กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมา โดยรวมตลาดหุ้นโลกเริ่มมีช่วงชะลอการขึ้น หลังขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังหนุนหุ้นพลังงาน

ประเด็นสำคัญ

• WorldBank ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโต 1.6% (เดิม 1.8%) กดดันจากการค้าโลกที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า แต่จะเร่งตัว 2.2% ในปี 2570 หนุนจากการลงทุนภาคเอกชนและ FDI ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนจริง

• Fitch Ratings ระบุว่าทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพหนี้สาธารณะจะเป็นปัจจัยกำหนด Sovereign Rating ในระยะถัดไป จากเมื่อปลายปี 2568 แนวโน้มอันดับเครดิตเรทติ้งของไทยเคยถูกปรับลงสู่ “เชิงลบ”

• ผู้ว่าฯ ธปท. กำลังพิจารณาขยายระยะเวลาผ่อนคลาย LTV ออกไป จากที่จะสิ้นสุดใน มิ.ย. 2569 เพื่อผลักดันการปรับโครงสร้างตลาดอสังหาฯ ต่อ และพยุงไม่ให้ตลาดอสังหาฯ หดตัวรุนแรง ด้าน REIC ประเมินยอดโอนฯ ในปี 2568 ที่ 353,389 หน่วย (+1.6%) โดยมีมูลค่า 9.95 แสนลบ. (+1.4%) มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาฯ (AP SIRI) อย่างไรก็ตามยังต้องการการสนับสนุนจากการปล่อยสินเชื่อจากภาคธนาคารควบคู่ไปด้วย

• OPEC คงคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2569 จะเพิ่มขึ้น +1.38MBD แต่ประเมินตลาดน้ำมันใน 2Q69 เกินดุลเล็กน้อยตามความต้องการน้ำมันที่คาดจะชะลอลงจาก 1Q68 เทียบกับภาพทั้งปี 2569 ที่คงมองตลาดจะขาดดุล ติดตามการประชุมร่วม OPEC+ ในวันที่ 1 มี.ค. นี้ว่า OPEC+ จะกลับมาเพิ่มการผลิตใน 2Q69 ตามแผนเดิมหรือไม่

• จ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯใน ม.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 1.30 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ด้านอัตราการว่างงานปรับลงสู่ 4.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.4% คลายความกังวลตลาดแรงงานสหรัฐฯ

กลยุทธ์การลงทุน

แม้ช่วงสั้นมอง SET มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งช่วยลดสุญญากาศทางการเมืองและสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หลังดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัวจากแรงขายทำกำไร หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุดได้อย่างมั่นคง ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”  

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

แม้มอง SET มีโมเมนตัมปรับขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น แต่ทางเทคนิคมีโอกาสพักตัวจากแรงขายทำกำไรหลังดัชนีปรับขึ้นแรง ขณะที่การประกาศงบ 4Q68 ของบจ. ไทยและนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศยังเป็นปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GPSC GULF PRM

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แนะนำ กลุ่มรับเหมาและวัสดุฯ (STECON CK SCC) กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CRC CPN) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS AOT CENTEL ERW) 2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD WHA 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC และ 4) หุ้นที่คาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 4Q68 เติบโต YoY แนะนำ PTTGC GPSC FTREIT

Daily Top Picks

GPSC: ปัจจัยกระตุ้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่มีแนวโน้มลดลง และมี Upside จากการทำ Asset Monetization ของกลุ่ม PTT ด้านกำไรสุทธิ 4Q68 เติบโต 50%YoY ใกล้เคียงกับตลาดคาดและสูงกว่าเราคาดเล็กน้อย หนุนจากกำไรส่วนแบ่งจากการลงทุนที่ดี และ 1Q69 กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท

BDMS: ปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประกันสุขภาพแบบ Co-payment และการกำหนดเครือข่ายโรงพยาบาลที่ชัดเจนโดยบริษัทประกันช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืน ปี 2568 คาดกำไรปกติเติบโต 3%YoY และเติบโตต่อ 8%YoY ในปี 2569 อัตราผลตอบแทนปันผลน่าสนใจช่วยลดความเสี่ยงขาลง เป้าหมายระยะสั้น 21.40 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 ก.พ. 2569 เวลา : 13:14:57
12-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (12 ก.พ. 69) บวก 29.83 จุด ดัชนี 1,441.53 จุด

2. ประกาศ กปน.: 14 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดพร้าว

3. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.95-31.20บาท/ดอลลาร์

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (12 ก.พ.69) บวก 18.68 จุด ดัชนี 1,430.38 จุด

5. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 5,030 - 5,070 เหรียญ

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (12 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศา ภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (12 ก.พ.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (11 ก.พ.69) บวก 67.50 ดอลลาร์ นักลงทุนเดินหน้าซื้อ เมินตัวเลขจ้างงานแกร่ง

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (11 ก.พ.69) ลบ 66.74 จุด คาดเฟดชะลอหั่นดบ.หลังจ้างงานแกร่ง

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (12 ก.พ. 69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 75,300 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (12 ก.พ.69) บวก 2.54 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,414.24 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (11 ก.พ. 69) บวก 1.26 จุด ดัชนี 1,411.70 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงการซื้อขายเมื่อคืนที่ 5,020-5,055 เหรียญ

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (11 ก.พ.69) บวก 4.60 จุด ดัชนี 1,415.04 จุด

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น, ภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 12, 2026, 9:38 pm