เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดเหนือ 1,400 จุด ท่ามกลางแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติ"


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

· เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลกที่กลับไปอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ประกอบกับได้รับอานิสงส์จากสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติเกือบตลอดสัปดาห์ภายหลังการเลือกตั้งทั่วประเทศ ท่ามกลางความหวังต่อเสถียรภาพของสถานการณ์การเมืองและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่

ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 30.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะอ่อนค่ากลับมาช่วงปลายสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่ แรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วนท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ น่าจะมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด และการปรับโพสิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในช่วงคืนวันศุกร์

 
· ในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ก.พ.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 9-13 ก.พ. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 31,513 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 8,105 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 8,115 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 10 ล้านบาท)

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 30.70-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนธ.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนม.ค. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดนิวยอร์กและเฟดฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.พ. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 27-28 ม.ค.

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของญี่ปุ่น อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของอังกฤษ และดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนก.พ. ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

SET Index ดีดตัวขึ้นไปยืนเหนือแนว 1,400 จุดได้ในวันทำการแรกของสัปดาห์หลังการเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้คะแนนเสียงสูง ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่าน่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ โดยประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศในหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นำโดย แบงก์ เทคโนโลยี พลังงานและค้าปลีก

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 2 เดือนที่ 1,443.97 จุด แต่ย่อตัวลงบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ หลังรับรู้ปัจจัยทางการเมืองในประเทศไปมากแล้ว ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว และการปรับตัวลงของตลาดหุ้นในภูมิภาคตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 
· ในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,430.41 จุด เพิ่มขึ้น 5.64% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 75,781.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.40% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 4.93% มาปิดที่ระดับ 218.84 จุด

· สัปดาห์ถัดไป (16-20 ก.พ. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,400 และ 1,385 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทย ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนธ.ค. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.พ. (เบื้องต้น) บันทึกการประชุมเฟด ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.พ. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ก.พ. 2569 เวลา : 20:38:00
15-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (13 ก.พ.69) ลบ 11.12 จุด ดัชนี 1,430.41 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (13 ก.พ.69) ลบ 4.03 จุด ดัชนี 1,437.50 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงจากแรงขาย liquidate ของกองทุน ส่งผลให้หลุดระดับสำคัญ 5,000 เหรียญ

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 ก.พ.69) ร่วง 669.42 จุด วิตก AI ฉุดหุ้นกลุ่มเทคฯ ดิ่งหนัก

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.พ.69) ทั่วไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา /ภาคใต้ - ภาคตะวันออก ฝน 20% กทม. - ภาคกลาง ฝนเล็กน้อย/ ฝุ่นละอองค่อนข้างมาก

6. ทองวันนี้ (13 ก.พ. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 74,200 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยล่าสุดวันนี้ (13 ก.พ.68) ลบ 4.48 จุด ดัชนี 1,437.05 จุด (12.07 น.)

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดงวันนี้ อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิด (12 ก.พ. 69) บวก 29.83 จุด ดัชนี 1,441.53 จุด

11. ประกาศ กปน.: 14 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดพร้าว

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.95-31.20บาท/ดอลลาร์

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (12 ก.พ.69) บวก 18.68 จุด ดัชนี 1,430.38 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 5,030 - 5,070 เหรียญ

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (12 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศา ภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 15, 2026, 11:15 am