สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาทอ่อนค่าลง สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด
เงินบาทขยับอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก แม้จะมีปัจจัยบวกจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยที่เติบโตดีกว่าที่คาด นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังทยอยฟื้นตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า เฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน การเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรม และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ออกมาดีกว่าที่คาด และบันทึกการประชุมเฟดที่สะท้อนมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านที่ระบุว่า เฟดอาจต้องกลับมาปรับดอกเบี้ยขึ้นหากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทชะลอลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ตามอานิสงส์จากราคาทองคำในตลาดโลกซึ่งได้รับแรงหนุนจากสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
• ในวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 ก.พ.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 11,041 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 8,630 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 7,259 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 1,371 ล้านบาท)
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 30.90-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค. ผลการประชุม กนง. (25 ก.พ.) รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนม.ค. ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน และอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
SET Index ปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ และความหวังว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยที่ออกมาดีกว่าคาด และสภาพัฒน์ฯ มีการปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์จีดีพีไทยในปี 2569 เป็น 2.0% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.7% ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยลงบางส่วน ทั้งนี้ หุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้น นำโดย หุ้นกลุ่มแบงก์จากประเด็นเรื่องเงินปันผล หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น รวมถึงหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ดีกว่าคาด
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้แนว 1,500 จุดในระหว่างสัปดาห์ โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 4 เดือนที่ 1,496.61 จุด ก่อนจะย่อตัวลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางแรงเทขายทำกำไร ประกอบกับตลาดยังคงรอติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด
• ในวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,479.71 จุด เพิ่มขึ้น 3.45% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 73,837.87 ล้านบาท ลดลง 2.56% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 4.83% มาปิดที่ระดับ 229.40 จุด
สัปดาห์ถัดไป (23-27 ก.พ. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,465 และ 1,440 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,500 และ 1,510 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (25 ก.พ.) ตัวเลขส่งออกเดือนม.ค. ของไทย ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนก.พ. ของจีน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ของยูโรโซน ตลอดจนยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น
ข่าวเด่น