เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "ปรับขึ้น วัดพลังที่ 1500 อีกครั้ง"


คาด SET แกว่งขึ้น ตลาดมีแรงซื้อกลับ หนุนจาก outlook ผลประกอบการ บจ. เชิงบวก ต่างชาติสลับมาซื้อสุทธิ ส่วนความกังวลภาษีสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงหลัง รมว. พาณิชย์ระบุไม่ต้องเจรจาลิสต์สินค้าใหม่ ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% ส่วนความคืบหน้าการเมืองคาด กกต. จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. แบ่งเขตล็อตแรก ทางเทคนิคดัชนีมีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้าน 1500/1510 หากไม่ผ่านต้องระวังการย่อตัวอีกรอบ แนวรับประเมินที่ 1468/1455

ประเด็นสำคัญ

• ผู้ว่าฯ ธปท. เผยกำลังหารือกับ ธพ. เพื่อกำหนดมาตรฐานค่าธรรมเนียมสถาบันการเงิน เช่น ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการเงินและการขอสินเชื่อ SMEs ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเหมาะสมขึ้น คาดกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมน้อย เพราะการเติบโตส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ Wealth Management และ Bancassurance

• รมว. คลังกล่าว ไทยจะเผชิญกับ “3 มรสุมเศรษฐกิจ” คือ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์, ภัยธรรมชาติ และปัญหาในประเทศ และเสนอ “ธนู 3 ดอก” คือ การเร่งผลักดันการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน, ทรัพยากรมนุษย์ และกฎหมาย เพื่อปลดข้อจำกัด เร่งรัด และดึงดูดการลงทุน

• จำนวน นทท. ต่างชาติช่วงสัปดาห์ตรุษจีน 879,587 คน ทรงตัว WoW และ +15%YoY หนุนจาก นทท. จีนที่ +110%YoY จากฐานต่ำในปีก่อน และ นทท. กลุ่มอื่น +2%YoY คาดมีโมเมนตัมช่วยส่งต่อแนวโน้มบวกการท่องเที่ยวในระยะต่อไป มองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว

• ส.อ.ท. เผยยอดผลิตรถยนต์ ม.ค. 2569 ที่ 118,386 คัน +11%YoY หนุนจากการผลิตเพื่อส่งออก และกระบะและ EV ในประเทศ ส่วนยอดขายในประเทศ +54%YoY หนุนเร่งส่งมอบ EV ก่อนโครงการ EV3.0 สิ้นสุด แต่มีปัจจัยกดดันจากความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ภาพอุตฯ ยานยนต์เริ่มเห็นการฟื้นตัวแต่ยังไม่ชัดเจน

• WorldBank แนะนำไทย-อาเซียนเปิดกว้างและลดต้นทุนการค้า สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และอาศัยความเป็นกลางในปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสการเพิ่มรายได้ โดยอาศัยประโยชน์จากความขัดแย้งท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าสหรัฐฯ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

กลยุทธ์การลงทุน
 
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวเพื่อไปต่อในกรอบ 1,450-1,500 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจาก Fund Flow แต่ดัชนีได้ตอบรับข่าวดีเรื่องเสถียรภาพการเมืองไทยไประดับนึงแล้ว จนทำให้ดัชนีที่เข้าใกล้ 1500 จุด ขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector ซึ่งจะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่งบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ที่ยังมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ส่วนการประชุม กนง. คาดจะยังคงมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาใกล้แนวรับสำคัญที่ 1450/1420 จุด

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวเพื่อไปต่อ โดยติดตามโค้งสุดท้ายประกาศงบ 4Q68 และนโยบายต่างประเทศ-ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้

1. ธีม Earnings Play ซึ่งกำไร 1Q69 มีโมเมนตัมเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งเรายังคงแนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BCH BDMS CENTEL CHG CPALL GULF PRM TRUE

2. ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (XD ก.พ.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และล่าสุดยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผล แนะนำ AP BAM KBANK KTB PTT TISCO

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ซึ่งมอง Flow มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นหลักมาหาหุ้นรอง ได้แก่ BDMS BEM BJC CPN OR PTTGC 2) หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง พร้อมกับเก็บสะสมผ่าน NVDR ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต่างชาติเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ CPALL GPSC MINT  PTT TIDLOR WHA 3) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มค้าปลีก (CPN BJC TNP) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL) และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC

Daily Top Picks

CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการรายงานผลประกอบการ 4Q68 ที่สูงกว่าตลาดคาด 11% หนุนจากธุรกิจโรงแรมและอาหารที่แข็งแกร่ง และกำไรจาก Fx และประกาศจ่ายปันผลที่ 0.67 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield ที่ 1.8% โดยจะขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค. นี้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 38.50 บาท

GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและ Bond Yield ที่ปรับลง กำไรปกติปี 2569 คาดจะยังเติบโตต่อเนื่อง ตามแนวโน้มต้นทุนที่ลดลงและความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center อีกทั้งมี Upside จากแผนการทำ Asset Monetization ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.00 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 ก.พ. 2569 เวลา : 13:12:26
26-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (25 ก.พ.69) บวก 25.61 จุด ดัชนี 1,516.01 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 ก.พ. 69) บวก 20.93 จุด ดัชนีื 1,511.33 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูง ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับ 5,150-5,120 แนวต้าน 5,200-5,240 เหรียญ

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 ก.พ.69) บวก 15.65 จุด ดัชนี 1,506.05 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 ก.พ. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,950 บาท

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 ก.พ.69) ร่วง 49.30 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขายทำกำไร จับตาภาษีทรัมป์-เจรจานิวเคลียร์อิหร่าน

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 ก.พ.69) บวก 370.44 จุด นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นเทคฯ หลังคลายกังวล AI

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนเกิด "พายุฤดูร้อน" ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก / ภาคเหนือ - ภาคอีสาน - ภาคกลาง ฝน 40% ภาคตะวันออก 30% กทม.ปริมณฑล 20% ภาคใต้ 10%

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 ก.พ.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 24 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรมราชชนนี

12. ประกาศ กปน.: 28 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำบางพลี

13. ตลาดหุ้นไทยปิด (24 ก.พ.69) บวก 10.16 จุด ดัชนี 1,490.40 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (24 ก.พ.69) ลบ 5.21 จุด ดัชนี 1,475.03 จุด

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 ก.พ.69) พุ่ง 144.70 ดอลลาร์ วิตกภาษีทรัมป์หนุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 26, 2026, 5:32 am