เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "ถอดรหัส 3 เหตุผล ทำไมบ้านมือ 2 ถึงกำลังกลายเป็นตัวเลือกที่ 1 ของผู้บริโภค"


ที่อยู่อาศัยมือ 2 กำลังพลิกบทบาทมาเป็น "ทางเลือกหลัก" ของคนกรุงเทพฯ สะท้อนจากสัดส่วนมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่า จาก 27% ในปี 2563 มาแตะ 38% ใน ปี 2568 แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าตลอดจนราคาที่เข้าถึงง่ายกันมากขึ้น
 
• Krungthai COMPASS ถอดรหัส 3 แรงหนุนสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 ประกอบด้วย 1) ราคาเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ปัญหา Housing Affordability ของคนไทย 2) ตัวเลือกที่หลากหลายไม่แพ้มือ 1 จากจำนวนหน่วยเสนอขายกว่า243,000 ยูนิต ทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งประเภท และระดับราคา และ 3) การมีความเป็น Real Demand ที่สูงกว่ามือ 1 ทำให้แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ จะอยู่ในภาวะหดตัว แต่ที่อยู่อาศัยมือ 2 กลับสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงกว่ามือ 1
 
• สำหรับ Developers กระแสการเติบโตของที่อยู่อาศัยมือ 2 อาจเป็นสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้างมากกว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว การพัฒนาโครงการใหม่ ๆ จึงควรคำนึงถึง Housing Affordability ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง มิฉะนั้น ที่อยู่อาศัยมือ 2 อาจไม่ใช่เพียงคู่แข่งทางอ้อม แต่จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาบั่นทอนยอดขายของ Developers ได้ในระยะถัดไป

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยไทยได้เผชิญกับ Perfect Storm จากปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างจำกัด ภาวะหนี้เสีย และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ต่างเข้ามากดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อที่อยู่อาศัยแนวสูงก็ถูกทดสอบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค. 2568 ภาวะดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ อยู่ในทิศทางหดตัว -6.5%YoY ในปี 2567 และติดลบต่อเนื่อง -15.8%YoY ในปี 2568
แม้ตลาดโดยรวมจะหดตัว แต่ “ที่อยู่อาศัยมือ 2” กลับเป็น Segment ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา เห็นได้จากสัดส่วนการโอนที่อยู่อาศัยมือ 2 ต่อที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นจาก 27% ในปี 2563 ขึ้นมาที่ 38% ในปี 2568 บทความนี้ Krungthai COMPASS จึงอยากชวนมาวิเคราะห์ 3 เหตุผลสำคัญ ว่าทำไม “ที่อยู่อาศัยมือ 2” ถึงกำลังจะขึ้นมาเป็นตัวเลือกอับดับ 1 ของผู้บริโภคในบริบทตลาดปัจจุบัน

ในรอบ 5 ปีหลัง สัดส่วนที่อยู่อาศัยมือ 2 เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า แตะ 38% ในปี 2568 

 
ตลาดที่อยู่อาศัยมือ 21 ในกรุงเทพฯ กำลังพลิกบทบาทจาก “ทางเลือกรอง” มาเป็น “ทางเลือกหลัก” สะท้อนจากสัดส่วนยอดโอนที่เพิ่มขึ้นราว 1.5 เท่า จาก 27% ในปี 2563 มาแตะ 38% ในปี 2568 แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงง่าย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของที่อยู่อาศัยมือ 2 กันมากขึ้น
 
เมื่อพิจารณารายประเภทที่อยู่อาศัย พบว่าบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมมือ 2 ต่างมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างมีนัย ทั้ง บ้านจัดสรรที่เพิ่มขึ้นจาก 35% ในปี 2563 เป็น 41% ในปี 2568 ขณะที่คอนโดมิเนียมก็มีสัดส่วนดังกล่าวสูงขึ้นจาก 15% เป็น 32% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นภาพที่ช่วยยืนยันได้ว่าผู้บริโภคกำลังหันมาให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยมือ 2 กันมากขึ้นกว่าในอดีต
 
1  ตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 หมายถึง การโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างบุคคลธรรมดา

Krungthai COMPASS ประเมิน 3 แรงหนุนสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น ประกอบไปด้วย 
 
1) การมีราคาที่เข้าถึงง่าย ช่วยตอบโจทย์ปัญหา Housing Affordability ของคนไทย 
2) การมีตัวเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งในมิติประเภทและระดับราคา ไม่แตกต่างจากมือ 1
3) การมีความเป็น Real Demand ที่สูงกว่ามือ 1 ทำให้สามารถเติบโตได้แข็งแกร่งแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ตลาดอสังหาฯ โดยรวมจะหดตัวก็ตาม

ทำไมตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 ได้รับความนิยมมากขึ้น?

1. ราคาเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ “Housing Affordability”
 
1 ในปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดที่อยู่อาศัยไทย คือ “ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้” สะท้อนจากราคาที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ที่เพิ่มปีละ 4.3%2 สูงกว่าค่าจ้างที่ปรับขึ้นเพียงปีละ 2.8%2 ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉลี่ยของคนไทย (Housing Affordability) จึงดูจะลดลงในทุก ๆ ปี
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น Krungthai COMPASS ขอยกตัวอย่างการคำนวณอย่างง่าย ดังนี้
ผู้บริโภคที่มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ในปี 2555 จะ สามารถเข้าถึงการซื้อที่อยู่อาศัยราคา 2.0 ล้านบาท ได้ อย่างไรก็ดี หากทิศทางการเพิ่มขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยและรายได้เป็นไปตามข้อมูลดังกล่าว ผู้บริโภคคนเดิมที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 43,000 บาทต่อเดือน ในปี 2568 จะเข้าถึงวงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยได้ 2.9 ล้านบาท3 แต่ราคาที่อยู่อาศัยจะพุ่งขึ้นไปแตะ 3.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ผู้บริโภครายนี้ไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว
 
 
2  อัตราขยายตัวเฉลี่ยในช่วงปี 2555-9M/68
 
3  อ้างอิง Home Buyers Guide: มีเงินเดือนเท่านี้ กู้ได้เท่าไหร่ ? 

เมื่อ Housing Affordability ของผู้บริโภคด้อยลง ที่อยู่อาศัยมือ 2 ซึ่งมีราคาย่อมเยา เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่อยู่อาศัยมือ 1 จึงได้รับความนิยมมากขึ้น
 
ราคามือ 2 ต่ำกว่ามือ 1 จริงหรือไม่?
 
จากการรวบรวมข้อมูลการเสนอขายคอนโดมิเนียมมือ 2 มากกว่า 800 รายการบนเว็บไซต์ซื้อขายอสังหาฯ ชั้นนำของไทย พบว่า คอนโดมิเนียมมือ 2 จะมีราคาถูกกว่า 5-10% จากราคามือ 1 ณ วันเปิดโครงการ โดย ตัวอย่างโครงการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวตอนเหนือ (ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน) พบว่ามีราคามือ 2 ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 133,000 บาท/ตร.ม. ลดลงราว 10% จากราคาเปิดโครงการที่ 148,000 บาท/ตร.ม. เช่นเดียวกับเส้นทางรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน (ห้วยขวาง-เพชรบุรี) ที่ปัจจุบันมีราคามือ 2 ราว 158,000 บาท/ตร.ม. ลดลง 5% จากราคาเปิดโครงการที่ 164,000 บาท/ตร.ม.
 
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องไป มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ต่อยูนิตที่แสดงให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 มีราคาย่อมเยามือ 1 ทั้งบ้านจัดสรรมือ 2 ที่มักโอนกันอยู่ที่ 2.8 ล้านบาท/ยูนิต ถูกกว่ามือ 1 อยู่ในระดับ 5.7 ล้านบาท/ยูนิต เช่นเดียวกับการโอนคอนโดมิเนียมมือ 2 ที่มีค่าเฉลี่ยราว 1.8 ล้านบาท/ยูนิต ถูกกว่ามือ 1 ที่ 3.5 ล้านบาท/ยูนิต ถึงกว่าครึ่งหนึ่ง ดังนั้นอาจสามารถกล่าวได้ว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ที่อยู่อาศัยมือ 2 ได้รับความนิยมขึ้นมาเป็นเรื่องของ ราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ “Housing Affordability”
 
 
2. ตัวเลือกมีหลากหลายไม่แพ้ที่อยู่อาศัยมือ 1
 
ที่อยู่อาศัยมือ 2 ที่เสนอขายทั่วประเทศมีจำนวนอยู่ถึงกว่า 243,000 ยูนิต ครอบคลุมทั้งประเภท และมีให้เลือกหลายระดับราคา ข้อมูลจาก REIC ระบุว่าใน ก.ย. 2568 มีจำนวนที่อยู่อาศัยมือ 2 เสนอขายถึง 243,000 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 171,000 ยูนิต คอนโดมิเนียม 72,000 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 70% และ 30% ตามลำดับ
 
นอกจากมิติประเภทที่อยู่อาศัยแล้ว ที่อยู่อาศัยมือ 2 ที่เสนอขายยังมีความครอบคลุมในมิติระดับราคา โดย ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีหน่วยเสนอขายสูงสุดที่ 155,800 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 64% รองลงมา คือ 3-5 ล้านบาท, 5-10 ล้านบาท และสูงกว่า 10 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 32,600 ยูนิต (13%) 27,900 ยูนิต (12%) และ 26,800 ยูนิต (11%) ตามลำดับ   
 
 
3. มือ 2 ส่วนใหญ่เป็น “Real Demand” ทำให้มีความต้องการต่อเนื่อง
 
สุดท้ายแล้ว ตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 ยังมีลักษณะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) มากกว่ามือ 1 ซึ่งอาจมีสัดส่วนของการซื้อเพื่อลงทุนและเก็งกำไร (Investment/Speculative) ปะปนอยู่บ้าง
หลักฐานหนึ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 มีความเป็น Real Demand สูงคือ แม้จะอยู่ในช่วงที่ตลาดอสังหาฯ ต้องเผชิญกับภาวะ Perfect Storm จากกำลังซื้อผู้บริโภค ภาวะหนี้ครัวเรือน และปัญหาหนี้เสีย แต่มูลค่าโอนที่อยู่อาศัยมือ 2 ยังสามารถขยายตัวได้สูงกว่ามือ 1 โดยในปี 2564-68 มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือ 2 เติบโตได้เฉลี่ย 3.8% ต่อปี ขณะที่มือ 1 หดตัวเฉลี่ย -6.9% ต่อปี รูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งในตลาดบ้านจัดสรรและตลาดคอนโดมิเนียม จึงอาจกล่าวได้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 ถือเป็น Segment ที่ช่วยประคับประคองตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานี้
 
 
สรุป
 
ตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 ในกรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็น “ทางเลือกหลัก” ของผู้บริโภคสะท้อนจากสัดส่วนยอดโอนที่เพิ่มขึ้นราว 1.5 เท่า จาก 27% ในปี 2563 มาแตะ 38% ในปี 2568 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งกับ บ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม ซึ่งแสดงให้โครงสร้างตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงง่ายกันมากขึ้น
 
Krungthai COMPASS ประเมิน 3 สาเหตุที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยมือ 2 ได้รับความนิยมมากขึ้น ได้แก่ 
 
1) ราคาเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ Housing Affordability เนื่องจาก โดยเฉลี่ยแล้วราคาที่อยู่อาศัยมือ 1 จะปรับสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้ ทำให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉลี่ยของคนไทยจะด้อยลงในทุก ๆ ปี จึงไม่แปลกนักหากผู้บริโภคจะหันไปหาที่อยู่อาศัยมือ 2 ที่มีราคาย่อมเยากว่าเป็นการทดแทน 
 
2) ตัวเลือกหลากหลายไม่เป็นรองมือ 1 จากการมีจำนวนเสนอขายกว่า 243,000 ยูนิต ทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งประเภท (ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม) และครบทุกระดับราคา
 
3) ความเป็น Real Demand ที่สูงกว่ามือ 1 สะท้อนจากจะอยู่ในช่วงที่ตลาดอสังหาฯ ต้องเผชิญกับภาวะ Perfect Storm จากกำลังซื้อผู้บริโภค ภาวะหนี้ครัวเรือน และปัญหาหนี้เสีย แต่มูลค่าโอนที่อยู่อาศัยมือ 2 ยังสามารถขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งและอยู่ในระดับสูงกว่าที่อยู่อาศัยมือ 1 
 
อย่างไรก็ดี สำหรับ Developers กระแสการเติบโตของที่อยู่อาศัยมือ 2 อาจเป็นสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้างมากกว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว การพัฒนาโครงการใหม่ ๆ จึงควรคำนึงถึง Housing Affordability ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง มิฉะนั้น ที่อยู่อาศัยมือ 2 อาจไม่ใช่เพียงคู่แข่งทางอ้อม แต่จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาบั่นทอนยอดขายของโครงการใหม่ๆ ในระยะถัดไป
 
กณิศ อ่ำสกุล
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 ก.พ. 2569 เวลา : 15:09:04
26-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (25 ก.พ.69) บวก 25.61 จุด ดัชนี 1,516.01 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 ก.พ. 69) บวก 20.93 จุด ดัชนีื 1,511.33 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูง ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับ 5,150-5,120 แนวต้าน 5,200-5,240 เหรียญ

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 ก.พ.69) บวก 15.65 จุด ดัชนี 1,506.05 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 ก.พ. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,950 บาท

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 ก.พ.69) ร่วง 49.30 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขายทำกำไร จับตาภาษีทรัมป์-เจรจานิวเคลียร์อิหร่าน

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 ก.พ.69) บวก 370.44 จุด นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นเทคฯ หลังคลายกังวล AI

9. พยากรณ์อากาศวันนี้ (25 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนเกิด "พายุฤดูร้อน" ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก / ภาคเหนือ - ภาคอีสาน - ภาคกลาง ฝน 40% ภาคตะวันออก 30% กทม.ปริมณฑล 20% ภาคใต้ 10%

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 ก.พ.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 24 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรมราชชนนี

12. ประกาศ กปน.: 28 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำบางพลี

13. ตลาดหุ้นไทยปิด (24 ก.พ.69) บวก 10.16 จุด ดัชนี 1,490.40 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (24 ก.พ.69) ลบ 5.21 จุด ดัชนี 1,475.03 จุด

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 ก.พ.69) พุ่ง 144.70 ดอลลาร์ วิตกภาษีทรัมป์หนุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 26, 2026, 5:32 am