
คาด SET ปรับลง นักลงทุนเข้าสู่ภาวะ Risk-off หลังการสู้รบใน ตอ. กลางทวีความรุนแรง มีความเป็นไปได้ที่การสู้รบจะยืดเยื้อแต่ไม่น่าจะยืดเยื้อ ประกอบกับตลาดเริ่มหมดประเด็นหนุนทั้งผ่านช่วงประกาศงบไปแล้ว, ซึมซับปัจจัยการเมืองไปมาก, Valuation เริ่มตึงตัว อีกทั้งพรุ่งนี้เป็นวันหยุด จึงคาดจะมีแรงขายลดความเสี่ยงในระยะสั้น ทางเทคนิคประเมินดัชนีมีโอกาสลงมาทดสอบบริเวณ 1490/1480 หากยืนได้ยังไม่ทำให้ภาพรวมเสียหายมากนัก ส่วนแนวต้านที่ 1510/1520 จุด
ประเด็นสำคัญ
• อิสราเอล-สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. ล่าสุดมีรายงานผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ขณะนี้การโจมตีตอบโต้ยังคงดำเนินต่อ ส่งผลให้บริษัทพลังงานและเดินเรือประกาศหยุดการผ่านช่องแคบ Hormuz ชั่วคราว หลังมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี คาดส่งผลให้ ทองคำ ค่าเงินดอลลาร์ ตราสารหนี้ ปรับขึ้นและผันผวนในสัปดาห์นี้
• OPEC+ มีมติจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบใน เม.ย. 69 ที่ +206kBD เป็นไปตามแผนเดิมที่จะเพิ่มการผลิตใน 2Q69 แต่สูงกว่าตลาดคาดที่ +137kBD หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุขึ้น แต่คาดราคาจะปรับขึ้นจากประเด็นสงครามและสถานการณ์ช่องแคบ Hormuz มากกว่า
• อุปทาน LNG โลกได้รับผลกระทบ เนื่องจาก Qatar เป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ของโลก คิดเป็น 20% ของอุปทานโลกและต้องผ่านช่องแคบ Hormuz โดยเฉพาะเอเชียที่พึ่งพา LNG ราว 1 ใน 4 ของการนำเข้าทั้งหมด คาดหนุนราคา LNG พุ่งขึ้นจากอุปทานที่ชะงักลง มองเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP
• รมว. คลังสั่งตั้ง War Room รับมือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สศค. ประเมินผลกระทบ 6 ด้าน คือ พลังงาน-ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น, การค้าโลก-ห่วงโซ่อุปทานเสี่ยงจากการเดินเรือ, การท่องเที่ยวระยะไกลจากการปิดน่านฟ้า, กระแสเงินทุนไหลเข้าชะงัก, ความเสี่ยงแรงงานไทยในตะวันออกกลาง, เศรษฐกิจมหภาคผลกระทบจำกัด
• กระทรวงพลังงานยืนยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขาดแคลน เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันสำรองที่จะเพียงพอต่อความต้องการ 38 วัน หากรวมกับน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งจะรวมเป็น 61 วัน ส่วน LNG คาดไม่กระทบเช่นกัน ขณะที่มีเรือลำเลียงอยู่ระหว่างขนส่ง 2 ลำใน มี.ค. 69
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกถูกกดดันและผันผวนสูงจากวิกฤติตะวันออกกลางรอบใหม่ ทำให้มีการโยกเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำและโลหะเงินปรับขึ้น, USD แข็งค่ามาก และ Bond Yield ปรับลง เพราะกลัว ศก. ถดถอย INVX มองมีโอกาสสูงที่สถานการณ์จะยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม ทำให้ SET เกิดภาวะ Risk off จากกังวลต้นทุนพลังงานทรงตัวสูง ระยะสั้นคาดปรับลงราว -50 ถึง -75 จุด (-3% ถึง -5% อิงสถิติในอดีตที่สถานการณ์ยืดเยื้อแต่ไม่ลุกลาม เช่น สงครามอิสราเอล-ฮามาสในปี 66) ปัจจัยชี้ขาดที่ต้องติดตามใกล้ชิดใน 72 ชั่วโมงข้างหน้า คือ 1) ปฏิบัติการของช่องแคบฮอร์มุซจะกลายเป็นการปิดกั้นที่ยืดเยื้อหรือไม่ 2) ระดับการแทรกแซงของจีนและรัสเซียซึ่งอาจกำหนดทิศทางของความขัดแย้งได้อย่างสิ้นเชิง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging (ป้องกันความเสี่ยง) และเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET ปรับตัวลงจากเกิดภาวะ Risk off หลังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “ปรับพอร์ตเพื่อ Hedging และเก็งกำไรกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้” ดังนี้
1. หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP PTT BCP เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) พอร์ตลงทุนตามราคาน้ำมันที่คาดจะปรับขึ้นและทรงตัวสูง
2. หุ้นกลุ่มเดินเรือ ได้แก่ PSL TTA RCL PRM ซึ่งจะได้ Sentiment บวกจากค่าระวางเรือสูงขึ้น เนื่องจากหากเส้นทางเดินเรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเพื่อเลี่ยงตะวันออกกลาง ระยะเวลาเดินเรือจะนานขึ้น ทำให้อุปทานเรือขาดแคลน
3. หุ้น Defensive ที่มี Pricing Power สูง หากราคาปรับลงแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน หรือ เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาใกล้แนวรับที่ 1480/1460 จุด ได้แก่ ADVANC TRUE BEM CHG
4. หุ้นต่างประเทศที่ได้ผลบวก ได้แก่ กลุ่ม defense อาทิ RTX LHX LMT ส่วนกองทุน ได้แก่ DAOL-DEFENSE, ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD)
5. กองทุนทองคำ ได้แก่ K-GOLD-A(A), ETF ทองคำ SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM ETF)
Daily Top Picks
BCP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากค่าการกลั่นและกำไรสต็อกผ่านราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่รุนแรงขึ้น ขณะที่คาดจะได้รับผลกระทบจำกัดจากการนำเข้าน้ำมันดิบเนื่องจากมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 15% เทียบกับกลุ่มที่ราว 50% เป้าหมายระยะสั้นที่ 41.00 บาท
PRM: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากค่าระวางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงบนสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดฉากโจมตี ที่ล่าสุดมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีบริเวณช่องแคบ Hormuz และการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ กำไรสุทธิปี 2569 คาดจะเติบโต 11%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 8.30 บาท
ข่าวเด่น