เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บมจ.ไทยออยล์วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ "ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน"


ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 70-80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 75-85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (27 ก.พ. - 5 มี.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง หลังจากสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการตอบโต้ทางทหาร รวมถึงภัยคุกคามต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการขนส่งพลังงานโลก ขณะเดียวกัน นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ยังคงมีความไม่แน่นอน ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดระบุว่าการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรก่อนหน้านี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าทั่วโลก 10% ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก ส่วนด้านอุปทาน กลุ่มโอเปกพลัสพิจารณาปรับเพิ่มกำลังการผลิตในระยะสั้น เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่เวเนซุเอลามีแนวโน้มเร่งการส่งออกน้ำมันผ่านการใช้เรือบรรทุกขนาดใหญ่ และการทำธุรกรรมร่วมกับบริษัทพลังงานรายสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลกในระยะต่อไป 
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

• สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ยกระดับเข้าสู่ภาวะสงครามอย่างเต็มรูปแบบ ภายหลังจากสหรัฐฯ ร่วมมือกับอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Epic Fury และ Lion’s Roar ตามลำดับ การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรง โดยมุ่งเป้าไปยังฐานทัพของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญ นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้ประกาศปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เรือจำนวนมาก รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อย่างน้อย 150 ลำ ตัดสินใจทอดสมออยู่นอกบริเวณช่องแคบ อย่างไรก็ดี มีเรือบางส่วนยังคงแล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวและถูกโจมตี โดยมีรายงานว่าเป็นเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 ลำ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินการตอบโต้เพิ่มเติม โดยระบุว่าหากยังคงดำเนินการดังกล่าว สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

• สถานการณ์การดำเนินมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากคู่ค้าทั่วโลกที่ระดับ 10% โดยอัตราภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 69 เป็นระยะเวลา 150 วัน หลังศาลสูงสุด (Supreme Court) มีมติด้วยคะแนนเสียง 6:3 ว่าการบังคับใช้มาตรภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ถือเป็นการเป็นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน ผู้แทนทางการค้าของสหรัฐฯ นาย Jamieson Greer กล่าวว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาหาแนวทางรักษาระดับกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนให้อยู่ในกรอบ 35 – 50%

• กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือ โอเปกพลัส (OPEC+) มีมติเห็นชอบในการประชุมเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ให้กลุ่มกลับมาปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน เม.ย. 69 เนื่องจากสงครามในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น และเพื่อเตรียมรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน ขณะเดียวกัน ระบุเพิ่มเติมว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในขณะนี้มีความเสถียร และปัจจัยพื้นฐานของตลาดอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งสะท้อนได้จากปริมาณน้ำมันสำรองที่อยู่ในระดับต่ำ โดยการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสในรอบถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 5 เม.ย.  ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโอเปกพลัสได้เตรียมแผนเพิ่มกำลังการผลิตและการส่งออกน้ำมันในระยะสั้นไว้แล้ว ในกรณีที่เกิดการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน การกลับมาปรับเพิ่มกำลังการผลิตจะเปิดโอกาสให้ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่ม รวมถึงประเทศสมาชิกอื่น เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สามารถทวงคืนส่วนแบ่งตลาดในช่วงเวลาที่สมาชิกบางรายของกลุ่ม เช่น รัสเซีย และอิหร่าน กำลังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ขณะที่การผลิตของคาซัคสถานกำลังฟื้นตัวหลังประสบปัญหาการผลิตที่ชะงักหลายครั้ง

• สำนักข่าว Reuters รายงานเวเนซุเอลาเตรียมใช้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มาก (VLCC: Vary Large Crude Carriers) ที่สามารถบรรทุกน้ำมันได้สูงสุด 2 ล้านบาร์เรลต่อเที่ยวในการส่งออกน้ำมันเป็นครั้งแรก หลังจากมีข้อตกลงส่งมอบน้ำมันดิบ 30-50 ล้านบาร์เรล ให้สหรัฐฯ นำไปจำหน่ายในราคาตลาด โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มการส่งออกไปยังอินเดียได้เร็วขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค. การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาส่วนใหญ่ใช้เรือขนาดกลาง เช่น Panamax และ Aframax ซึ่งบรรทุกได้ประมาณ 450,000–700,000 บาร์เรลต่อเที่ยว เพื่อส่งไปยังโรงกลั่นในสหรัฐฯ รวมถึงใช้เรือ Suezmax ที่บรรทุกได้ถึง 1 ล้านบาร์เรล เพื่อส่งไปยังแคริบเบียน ขณะเดียวกัน บริษัท Chevron ของสหรัฐฯ ได้ขายน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาให้กับบริษัท Reliance Industries ของอินเดียเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 66 นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวได้ซื้อน้ำมันดิบ 2 ล้านบาร์เรลจากบริษัท Vitol สำหรับการส่งมอบในเดือน มี.ค. 69 และกำลังพยายามซื้อน้ำมันโดยตรงจาก PDVSA ด้วย 

• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ผลผลิตนอกภาคการเกษตร ไตรมาสที่ 4/68 ดุลการค้า ปริมาณการส่งออก และปริมาณการนำเข้า เดือน ม.ค. 69 ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต โดย S&P Global เดือน ก.พ. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ เดือน ก.พ. 69 และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ยอดค้าปลีก เดือน ม.ค. 68 ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิต เดือน ก.พ. 69

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (20 - 26 ก.พ. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 1.85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 65.79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.96 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 71.12 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังคณะกรรมาธิการยุโรปมีแนวโน้มที่จะยื่นข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเป็นการถาวรในวันที่ 15 เม.ย. หลังจากเลือกตั้งสภาฮังการีเพียง 3 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้การห้ามนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียเป็นปัจจัยสำคัญในการหาเสียงของสภาฮังการี โดยฮังการี และ สโลวาเกีย ยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย ต่างกับสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นที่ไม่มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียแล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันหลังจากปริมาณดิบสำรองสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ก.พ. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาร์เรลมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นพียง 1.5 ล้านบาร์เรล ขณะเดียวกันการพูดคุยหารือระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในวันที่ 17-18 ก.พ. มีสัญญาณเป็นไปในทิศทางที่ดี สอดคล้องกับท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านซึ่งเผยออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจีดีพีของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4/68 อยู่ที่ระดับ 1.4% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.5% นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวชะลอตัวกว่าไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.4% หลังได้รับผลกระทบจากการขาดดุลการค้าที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นประกอบกับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล (Government Shutdown)



 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 มี.ค. 2569 เวลา : 12:16:02
03-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 11 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำราษฎร์บูรณะ

2. ประกาศ กปน.: 5 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภ

3. ตลาดหุ้นไทยปิด (2 มี.ค.69) ลบ 61.75 จุด ดัชนี 1,466.51 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเกิดสัญญาณ Breakout หลังราคาทะลุกรอบสะสมเดิม บริเวณ 4,900-5,000 เหรียญ

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (2 มี.ค.69) ลบ 29.19 จุด ดัชนี 1,499.07 จุด

6. อุตุฯ เตือน 3 - 6 มี.ค. ระวัง "พายุฤดูร้อน" เริ่มภาคอีสานก่อน ภาคตะวันออก - ภาคกลาง - กรุงเทพปริมณฑล - ภาคเหนือ รับผลกระทบถัดไป

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (2 มี.ค.69) ปรับขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 79,550 บาท

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 - 31.35 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 มี.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 31.24 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยเปิด (2 มี.ค.69) ลบ 31.47 จุด ดัชนี 1,496.79 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 ก.พ.69) ลบ 5.38 จุด ดัชนี 1,528.26 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 ก.พ.69) บวก 5.40 จุด ดัชนี 1,539.04 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำทรงตัวและแกว่งตัวในกรอบ 5,150 - 5,210 เหรียญ ท่ามกลางความกังวลและความไม่แน่นอนของการเจรจาที่ภาพรวมยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 ก.พ.69) ลบ 32 ดอลลาร์ นักลงทุนรอผลเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน-สหรัฐฯ

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (26 ก.พ.69) บวก 17.05 จุด, Nasdaq-S&P500 ปิดลบ หุ้นเทคฯร่วงฉุดตลาด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 3, 2026, 3:07 am