
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณระดับประมาณ 31.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะผันผวนในกรอบ 31.00–31.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดช่วงวันที่ 2-8 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ ทิศทางค่าเงินยังขึ้นอยู่กับภาวะความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดการเงินโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารร่วมกัน เพื่อลอบสังหารนายอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยการปฏิบัติการดังกล่าวได้รับอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังการเจรจาข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ไม่บรรลุผลตามที่สหรัฐฯ คาดหวังเหตุการณ์นี้นำไปสู่การตอบโต้ทันทีจากอิหร่านด้วยการยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์หลายแห่งในภูมิภาค ซึ่งสร้างความวิตกกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก
ด้านภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 212,000 ราย จากระดับ 208,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 215,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลงสู่ระดับ 1.833 ล้านราย จาก 1.864 ล้านรายในครั้งก่อน สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพและแรงกดดันด้านการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้นก็ตาม
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน โดยขยับขึ้นสู่ระดับ 91.2 จาก 84.5 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันและตลาดแรงงานอาจยังมีความไม่แน่นอนในบางด้าน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลสำรวจก่อนที่ศาลสูงสหรัฐฯ จะมีคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษี IEEPA ของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงข้อเสนอการจัดเก็บภาษีทั่วโลกในอัตรา 15%
สำหรับค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเยนญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทถูกจำกัดบางส่วนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ เนื่องจากนักลงทุนหันกลับมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข่าวเด่น