
นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องในวันนี้ และอ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาค หลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านขึ้น ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากเงินยูโรและเงินเยนที่อ่อนค่าลง ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับสูงขึ้นราว 2-3 bps ทั้งนี้ ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือ ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นกว่า 7-8% ขณะที่ราคาทองคำสูงขึ้นราว 2% และ US Treasury yields ปรับสูงขึ้นราว 3-4 bps
ในระยะสั้นที่สงครามยังไม่มีข้อยุติ เงินบาทจะยังอ่อนค่า โดยแนวโน้มเงินบาทจะขึ้นอยู่กับความรุนแรง และระยะเวลาของสงคราม เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิ ดังนั้น หากราคาน้ำมันยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง จะส่งผลให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดไทยปรับแย่ลง
กรณีฐาน (Baseline) USDTHB ในระยะสั้นอาจอยู่ที่ราว 31.25-31.75 โดยคาดว่าสงครามจะไม่ยืดเยื้อมากนัก เนื่องจากผู้นำระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิตหลายรายแล้ว และบางกระแสข่าวรายงานว่าอิหร่านพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ในกรณีนี้ มองว่าราคาน้ำมันดิบ (Brent) อาจอยู่ที่ราว 75-80 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ราว 97-99 โดยมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 100 ทั้งนี้ หากสงครามจบลง ราคาน้ำมันอาจกลับมาอยู่ที่ระดับเดิมราว 70-75 ดอลลาร์/บาร์เรล และเงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบเดิมที่ 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์
ในกรณีเลวร้าย (Worse case) มองว่า USDTHB อาจอ่อนค่าไปที่ราว 32.50-33.00 โดยสงครามทวีความรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นมากกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนโลกเทขายสินทรัพย์เสี่ยง หันมาถือครองดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์สูงขึ้นมากกว่า 105 ทั้งนี้ มองว่ามีโอกาสเกิดต่ำกว่า 20%
สำหรับผู้ส่งออก มองว่า USDTHB ที่ระดับราว 31.40-31.90 เป็นระดับที่ขายได้ โดยอาศัยจังหวะที่ตลาดเกิด Risk-off ในการทยอยขาย และให้จับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งนี้ หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ดันให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นต่อ นักลงทุนโลกเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาถือเงินดอลลาร์ จะเป็นจังหวะให้ขาย USDTHB ได้ในระดับที่สูงขึ้น
สำหรับผู้นำเข้า อาจต้องรอจังหวะให้ตลาดคลายความกังวลก่อน โดยหากไม่มีเหตุการณ์ปะทุรุนแรง ที่ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นไปมากจากภาวะ Global risk-off ก็อาจทำให้เงินบาททยอยปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยมองที่ระดับราว 31.20 หรือต่ำกว่า
ข่าวเด่น