หุ้นทอง
88TH ทุบสถิติ New High กำไรปี 68 ทะลุ 101 ลบ. โตกระฉูด 81% บอร์ดเคาะแจกปันผล 0.185 บาทต่อหุ้น จ่อ XD 29 เม.ย.นี้ จ่อเสิร์ฟ Story ข่าวดี ลุยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ - เร่งปักธงบุกจีน ดันยอดพุ่ง 30%


บมจ.88(ไทยแลนด์) หรือ 88TH โชว์ฟอร์ม ประกาศงบปี 2568 สุดสตรอง กำไรสุทธิทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่ 101 ล้านบาท พุ่ง 81% กวาดรายได้รวม 657.60 ล้านบาท โต 37.63% (YoY) ตอกย้ำความสำเร็จของ แบรนด์ LYO (ไลโอ) และกลยุทธ์ออนไลน์ที่ดันยอดขายพุ่งแรง กว่า 86% บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.1850 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD 29 เม.ย.นี้ ส่งซิกเตรียม Story ข่าวดี ลุยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่เจาะกลุ่มวัยรุ่น เร่งเดินเกมรุกบุกตลาดจีน หวังปั๊มรายได้ปีนี้เพิ่ม 30%
 

 
นายชนพัฒน์ ขาวอุบล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท 88 (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ “88TH” ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม ซึ่งปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบรนด์ LYO (ไลโอ) 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ Hone (โฮน) 3.กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ ver.88 (เวอร์.88) เปิดเผยว่า “88TH” สร้างปรากฏการณ์หลังเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ล่าสุด แจ้งผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ดันอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) จาก 11.67% จากปีก่อน ขยับพุ่งเป็น 15.36% จากการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการรวมที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 657.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.78 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตระดับ 37.63% (YoY) ภายใต้การเติบโตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศรีษะ (Hair Care) และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skin Care) และมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่สูงขึ้นจากการเติบโตผ่านช่องทางขายผ่านออนไลน์ รวมถึงบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ส่งผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ  มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.1850 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 39,312,500 บาท โดยเตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายนนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

 
· LYO เรือธงหลัก - Online สร้างรายได้พุ่ง         

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) ซึ่งเป็นเรือธงหลัก มีรายได้ 156.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.81% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมาจากแชมพูสมุนไพร "LYO Herbal" ที่สามารถทำรายได้ 146.06 ล้านบาท เติบโตถึง 88.91 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 155.57% ขณะที่ "LYO Anti-Hair Loss" ผลิตภัณฑ์ลดผมขาดร่วง มีรายได้ 233.08 ล้านบาท เติบโตถึง  49.70 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 27.10% ส่วนแชมพู ปิดผมขาว "LYO Hair Color" มีรายได้  201.73 ล้านบาท เติบโต 17.68 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 9.61%  

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skin Care) มีรายได้ 45.84 ล้านบาท เติบโตถึง 10.27 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 28.87% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 การเติบโตของ “88TH" สะท้อนถึงความสำเร็จด้านการวางกลยุทธ์ผ่านทุกช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อเข้าถึงและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุด โดยเฉพาะการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) ที่สร้างรายได้ 192.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 88.97 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 86.16% ขณะที่ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) มีรายได้ 182.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.02 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 28.10% ขณะที่การขายผ่าน ตัวแทนจำหน่าย (Agent) เติบโต 24.31% หรือเพิ่มขึ้น 46.51 ล้านบาท ทำให้มีรายได้ 237.80 ล้านบาท  

· กางโรดแมป เจาะโปรดักส์ใหม่ ดันมูลค่าเพิ่ม

สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 บริษัทฯ ยังคงรุกขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปักธงเป้ารายได้โต 20-30% ตามโรดแมปที่วางไว้ พร้อมทั้งการปรับตัวเพื่อคว้าทุกโอกาสใหม่ๆ โดยภายในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ เตรียมพลิกโฉมแบรนด์ LYO เจาะตลาด "สีผมแฟชั่น" และผลิตภัณฑ์บำรุงผม เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขณะที่ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ เตรียมเปิดตัว "นวัตกรรมดูแลเส้นผมสุดล้ำ" เป็นเจ้าแรกของไทย ซึ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จด้านการวิจัย (R&D) ควบคู่ไปกับการแตกไลน์ไปยัง  กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งนอกเหนือจากพอร์ตโฟลิโอเดิม

 “ในช่วงที่ผ่านมา “88TH” ได้สยายปีกโกอินเตอร์ด้วยการเซ็น MOU เตรียมส่งออกสินค้า ลุยขุมทรัพย์ใหญ่อย่าง "จีนและฮ่องกง" เรียบร้อย ด้วยการชูจุดแข็ง "สมุนไพรไทยแท้ (Original)" ที่ชาวจีน ให้ความเชื่อมั่น พร้อมปูพรมรุกการตลาดแบบ 360 องศา เจาะลึกทั้ง E-Commerce และทุกช่องทางขาย ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว และแผนโรดแมปการขยายผลิตภัณฑ์เพิ่มในปีนี้ จะผลักดันผลการดำเนินงาน ปี 2569 ให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 มี.ค. 2569 เวลา : 20:27:29
03-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 11 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำราษฎร์บูรณะ

2. ประกาศ กปน.: 5 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภ

3. ตลาดหุ้นไทยปิด (2 มี.ค.69) ลบ 61.75 จุด ดัชนี 1,466.51 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเกิดสัญญาณ Breakout หลังราคาทะลุกรอบสะสมเดิม บริเวณ 4,900-5,000 เหรียญ

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (2 มี.ค.69) ลบ 29.19 จุด ดัชนี 1,499.07 จุด

6. อุตุฯ เตือน 3 - 6 มี.ค. ระวัง "พายุฤดูร้อน" เริ่มภาคอีสานก่อน ภาคตะวันออก - ภาคกลาง - กรุงเทพปริมณฑล - ภาคเหนือ รับผลกระทบถัดไป

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (2 มี.ค.69) ปรับขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 79,550 บาท

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 - 31.35 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (2 มี.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 31.24 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยเปิด (2 มี.ค.69) ลบ 31.47 จุด ดัชนี 1,496.79 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 ก.พ.69) ลบ 5.38 จุด ดัชนี 1,528.26 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 ก.พ.69) บวก 5.40 จุด ดัชนี 1,539.04 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำทรงตัวและแกว่งตัวในกรอบ 5,150 - 5,210 เหรียญ ท่ามกลางความกังวลและความไม่แน่นอนของการเจรจาที่ภาพรวมยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 ก.พ.69) ลบ 32 ดอลลาร์ นักลงทุนรอผลเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน-สหรัฐฯ

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (26 ก.พ.69) บวก 17.05 จุด, Nasdaq-S&P500 ปิดลบ หุ้นเทคฯร่วงฉุดตลาด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 3, 2026, 12:25 am