กองทุนรวม
บลจ.กสิกรไทย ประเมินตลาดโลกผันผวนระยะสั้น แนะกระจายลงทุน รับมือสถานการณ์สหรัฐฯ - อิหร่าน


บลจ.กสิกรไทย เผยความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ผู้ลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดระมัดระวังและให้น้ำหนักกับการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ประเมินผลกระทบต่อการลงทุนปัจจุบันยังจำกัด แนะนำให้ผู้ลงทุนกระจายการลงทุนทั่วโลกและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือความผันผวนระยะสั้น


 
นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปรับระดับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผู้ลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมเข้าสู่โหมดระมัดระวัง แม้ตลาดการเงินยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงในวงกว้าง แต่ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ลงทุนเริ่มปรับพอร์ตโดยให้น้ำหนักกับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน และทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ

นายวินกล่าวต่อไปว่า จากการประเมินเชิงสถานการณ์โดยอ้างอิงมุมมองของ J.P. Morgan Asset Management แนวโน้มในระยะถัดไปสามารถแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก โดยกรณีแรกซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงกว่า 65% คือการล่มสลายของระบอบการปกครองเดิมของอิหร่าน เมื่อผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตลง ระบบอำนาจเผชิญภาวะสุญญากาศ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในการช่วงชิงอำนาจระหว่างกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามและกลุ่มต่อต้านภายในประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มลดทอนศักยภาพของอิหร่านในการขยายอิทธิพลและคุกคามประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในภาพรวมอาจช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะกลาง

กรณีที่สองซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ 25% คือระบอบการปกครองเดิมยังคงอยู่รอดได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากโครงสร้างอำนาจของอิหร่านมีการกระจายตัวและมีเครือข่ายอำนาจสำรองจำนวนมาก ประกอบกับคลังขีปนาวุธและโดรนที่ยังคงมีอยู่ ทำให้อิหร่านสามารถสร้างแรงคุกคามต่อภูมิภาคได้ต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ดี การปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อจะเพิ่มต้นทุนและภาระต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล จนในที่สุดอาจนำไปสู่การผ่อนระดับความรุนแรงของปฏิบัติการ โดยอธิบายต่อสาธารณชนว่าบรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์แล้ว ผ่านการลดทอนศักยภาพด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่ายังคงมีความพร้อมกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกครั้งหากภัยคุกคามกลับมาเพิ่มขึ้น

ขณะที่กรณีที่สามซึ่งมีความเป็นไปได้ต่ำที่สุดเพียง 10% แต่มีผลกระทบสูง คือการบานปลายของสงครามในระดับภูมิภาค หากอิหร่านเลือกยกระดับการตอบโต้โดยโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวอาหรับ หรือคุกคามการขนส่งน้ำมันผ่านช่อง

แคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ราคาน้ำมันอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง และมีความเสี่ยงที่ประเทศสำคัญในภูมิภาค เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง นำไปสู่ความผันผวนในตลาดการเงินโลกอย่างมีนัยสำคัญ

“บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่าผลกระทบต่อการลงทุนในปัจจุบันยังอยู่ในกรอบจำกัด และยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเชิงโครงสร้างของตลาดการเงินโลก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสัญญาณการยกระดับความรุนแรงที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะถัดไป ทั้งนี้ จากรูปแบบความขัดแย้งในอดีต การโจมตีฐานทัพหรือเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคมักมีลักษณะเป็นการส่งสัญญาณเชิงป้องปรามมากกว่าการเปิดสงครามเต็มรูปแบบ ทำให้โอกาสเกิดสงครามระดับภูมิภาคยังคงอยู่ในกรอบจำกัด บลจ.กสิกรไทย จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนเน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก และเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ควบคู่กับการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที” นายวินกล่าว

นายวินกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทย ยังคงแนะนำให้ผู้ลงทุนมี Core Portfolio เป็นกองทุน K-WealthPLUS Series เนื่องจากกองทุนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ในระดับจำกัด โดยปัจจุบันกองทุนยังเน้นกระจายการลงทุนในสหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวค่อนข้างต่ำ กองทุน K-WealthPLUS Series ยังดำเนินกลยุทธ์การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ ภายใต้กรอบการจัดสรรสินทรัพย์อย่างสมดุล เพื่อบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว ประกอบกับการลงทุนในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมหลักทรัพย์มากกว่า 2,500 รายการ ทำให้พอร์ตมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาด รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โดยศึกษานโยบายกองทุนและความเสี่ยงได้ที่ www.kasikornasset.com

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 มี.ค. 2569 เวลา : 22:24:26
10-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 50 สต. E20-E85 ลด 50 สต./ลิตร

2. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 10 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรมราชชนนี

3. ตลาดหุ้นไทยปิด (9 มี.ค.69) ลบ 27.40 จุดดัชนี 1,382.97 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำในวันนี้มีแนวโน้ม Sideway Down เพื่อรอการสร้างฐานราคาใหม่ หลังจากเกิดความผันผวนรุนแรงในช่วงก่อนหน้าแนวรับ 5,020-4,970 เหรียญ แนวต้าน 150-5,200 เหรียญ

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (9 มี.ค.69) ลบ 42.72 จุด ดัชนี 1,367.65 จุด

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (9 มี.ค.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง 10% ในทุกภาค และลมกระโชกแรงบางพื้นที่

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาท/ดอลลาร์

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (9 มี.ค.69) ลดลง 850 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 78,750 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (9 มี.ค.69) ร่วงแรง 66.54 จุด ดัชนี 1,343.83 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (9 มี.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 9 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสรงประภา ถนนนาวงประชาพัฒนา ถนนวัดเวฬุวนาราม และถนนเดชะตุงคะ

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 มี.ค.69) ลบ 6.92 จุด ดัชนี 1,410.37 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (6 มี.ค.69) ลบ 7.01 จุด ดัชนี 1,410.28 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แนวรับอยู่ที่ 5,030-4,970 เหรียญ แนวต้านอยู่ที่ 5,190-5,250 เหรียญ

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.60-31.90 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 10, 2026, 7:21 am