หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้น แต่ระวังแรงขายก่อนหยุดยาว"


คาด SET แกว่ง sideways-up คาดหวังช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดใช้งานได้บางส่วนหลังมีข่าวอิหร่านและโอมานกำลังร่างข้อตกลงกำกับดูแล แต่ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง จำกัดกรอบการขึ้นของดัชนี อีกทั้งต้องระวังช่วงท้ายตลาดอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงก่อนวันหยุดยาว ประเด็นติดตาม 6 เม.ย. ครม. ชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ และการประชุม ครม. นัดพิเศษเพื่อเห็นชอบร่างนโยบายรัฐบาล ทางเทคนิค ดัชนีมีแนวรับ 1455-1445 แนวต้าน 1475-1485

ประเด็นสำคัญ

• รมช. ต่างประเทศอิหร่านระบุว่ากำลังร่วมกับโอมานร่างข้อตกลงกำกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ UAE พร้อมเข้าร่วมมาตรการรักษาความปลอดภัย ประเด็นนี้ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนระยะสั้น จากคลายกังวลความเสี่ยงด้าน Geopolitics และการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบโลก

• กระทรวงการคลังเตรียมลดภาษีดีเซลลง 1 บาท/ลิตร (ระยะเวลา 30 วัน) เริ่มเสนอ ครม. 6 เม.ย. นี้ เพื่อเบรกการขึ้นราคาสินค้า คาดรัฐสูญรายได้ 2 พันลบ. พร้อมเตรียมใช้มาตรการควบคุมเพดานค่าการกลั่นและกำหนดราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นใหม่ มองลบต่อกลุ่มโรงกลั่น จากความกังวลการแทรกแซงกลไกราคาทำให้ความเชื่อมั่นลงทุนลดลง

• กบน. ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลรายวันเป็นครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์ อีก 3.50 บาท/ลิตร ดันราคาขายปลีกแตะ 47.74 บาท/ลิตร (รวม 7 วันขึ้นไปแล้ว 14.80 บาท/ลิตร) ตามนโยบาย "กึ่งลอยตัว" เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ที่ชดเชยลดลง มองลบต่อหุ้นที่มีพลังงานเป็นต้นทุนอย่างกลุ่มขนส่งโลจิสติกส์ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจากกำลังซื้อชะลอ

• กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์สภาพอากาศไทยในช่วงสัปดาห์แรกของ เม.ย. 2569 เผชิญอากาศที่ร้อนที่สุด บริเวณภาคเหนือ-กลางคาดจะเผชิญอุณหภูมิสูงสุด 42 °C และ กทม. 41 °C มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI HTC), ค้าปลีกกระจายสินค้า (CPALL) และค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น (HMPRO GLOBAL)

• ม. หอการค้าไทยประเมินปริมาณเม็ดเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ปี 2569 ที่ 1.3 แสนลบ. ลดลง 3.7%YoY เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปี กดดันจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิตพุ่งสูง ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง กระทบกำลังซื้อของประชาชน

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ยังผันผวนสูงจากแรงขายลดความเสี่ยงหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยทิศทางของ SET จะขึ้นกับผลการเจรจาเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการเผชิญหน้าทางทหารรุนแรงขึ้นคาด SET มีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1,350 จุด แต่หากบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรคาด SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุนและการฟื้นตัวของกำไร บจ. ที่เคยถูกกดดันจากวิกฤติพลังงานก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความผันผวนจึงทำให้กลยุทธ์ลงทุนยังแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ยังอยู่ในโหมดระมัดระวังจากแรงกดดันด้านวิกฤติพลังงานที่อาจลามสู่ภาวะ Stagflation ทั่วโลก แต่ในความผันผวนยังมีความหวังจากการเจรจาที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ กลยุทธ์ลงทุนจึงต้องเน้นความยืดหยุ่น โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุนเป็นหลัก ดังนี้

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำและกังวลการเจรจาล้มเหลว แนะนำให้ถือเงินสดหรือตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจนและราคาย่อตัวลงในระยะถัดไป ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ยังสามารถสะสมหุ้น High Dividend (Div. Yield > 5%) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา แนะนำให้ปรับพอร์ตตามกรอบเวลาและความผันผวน ดังนี้

1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้น Buy on Weakness หุ้นได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น รวมทั้งราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมถึงหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering ได้แก่ LH WHA BTS AOT BDMS CPF MINT AWC HMPRO OR  

2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือภาวะเงินเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)

3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

Daily Top Picks

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งสู่ระดับ US$107/bbl หลัง ปธน. ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ขู่จะโจมตีอิหร่านรุนแรงขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้ หากไม่ยอมรับข้อเสนอสันติภาพ และมองเป็นสินทรัพย์ Hedge เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้แก่พอร์ต เป้าหมายระยะสั้นที่ 164.00 บาท

GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังการเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 โดยรัฐบาลหลังจัดตั้ง ครม. ชุดใหม่เสร็จ ขณะที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า IPP ส่วนผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 61.00 บาท
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 เม.ย. 2569 เวลา : 12:39:33
03-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (3 เม.ย.69) ลบ 4.71 จุด ดัชนี 1,461.01 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,550 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับและดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,670 เหรียญ

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 เม.ย.69) ลบ 61.07 จุด, ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก คลายกังวลตะวันออกกลาง

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 เม.ย.69) ร่วง 133.40 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณไม่ชัดกรณียุติสงครามอิหร่าน

5. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (3 เม.ย.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้( 3 เม.ย. 69) บวก 5.07 จุดที่ดัชนี 1,470.79 จุด

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 เม.ย.69) ปรับขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,000 บาท

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง / ฝุ่นละอองมาก

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.80บาท/ดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 เม.ย.69) ลบ 5.27 จุด ดัชนี 1,465.72 จุด

11. ประกาศ กปน.: 7 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนรามคำแหงตัดถนนราษฎร์พัฒนา

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (2 เม.ย.69) ลบ 4.96 จุด ดัชนี 1,466.03 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงหลังจากขึ้นไปทดสอบระดับ 4,800 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างรวดเร็วราว 130 เหรียญ

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 เม.ย.69) พุ่ง 134.50 เหรียญ รับดอลล์อ่อนค่า สงครามอิหร่านใกล้จบ

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (1 เม.ย.69) บวก 224.23 จุด ขานรับสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 3, 2026, 3:49 pm