(123)(427).jpg)
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยกระดับการป้องกันการใช้ตลาดทุน และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินให้เข้มงวดมากขึ้น จึงเสนอหลักการเพิ่มเติมให้ "ผู้ให้แหล่งเงินทุน" หรือ "ผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น
หลังจาก ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงแนวทางการพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ผู้ประกอบธุรกิจฯ) ที่ต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้สะท้อนถึงผู้มีอำนาจควบคุม ที่แท้จริงของผู้ประกอบธุรกิจฯ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569* ไปแล้วนั้น
ก.ล.ต. เห็นว่า “ที่มาของแหล่งเงินทุน” หรือ “ผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน” ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจฯ เป็นอีกประเด็นที่มีความสำคัญ เนื่องจากหากที่มาของแหล่งเงินทุน หรือผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน อาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของผู้ประกอบธุรกิจฯ รวมถึงส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเงินโดยรวม ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจฯ มีแหล่งเงินทุนหรือการสนับสนุนทางการเงินจากแหล่งที่มาที่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถตรวจสอบที่มาของเงินทุนได้อย่างเหมาะสม ก.ล.ต. จึงเสนอปรับปรุงหลักการการพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่เพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญดังนี้
(1) กำหนดให้บุคคลที่เป็นผู้ให้แหล่งเงินทุน หรือผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทางตรงของ ผู้ประกอบธุรกิจฯ และทางอ้อมในการได้มาซึ่งหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจฯ หรือหุ้นของนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของ ผู้ประกอบธุรกิจฯ ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจฯ ต้องขอรับความเห็นชอบ
ทั้งนี้ การเป็นผู้ให้แหล่งเงินทุนสำคัญดังกล่าวให้รวมถึงการเป็นผู้ค้ำประกัน การทำสัญญาหรือการลงทุนในตราสารใดที่มีผลให้คู่สัญญาฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินมีสถานะเป็นหรือเสมือนเป็นผู้ให้แหล่งเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ข้างต้น ไม่ว่าจะดำเนินการโดยตรงหรือผ่านบุคคลหรือตัวกลางใดก็ตาม (ไม่รวมถึงการทำธุรกรรมตามปกติ เช่น การให้กู้ยืมเงินโดยสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือสถาบันการเงินต่างประเทศ** ที่มีการดำเนินการ ในลักษณะเดียวกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายไทย การให้กู้ยืมเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์)
(2) ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นหน่วยงานที่ ก.ล.ต. กำหนด เช่น กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นในระดับหน่วยงานเท่านั้น เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการตรวจสอบของภาครัฐอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการข้างต้น โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1147 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=Njg0OURHQV9MQ VdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: chawannuch@sec.or.th และ kunpatu@sec.or.th (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์) หรือ jirapat@sec.or.th และ wasu@sec.or.th (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล) จนถึงวันที่ 22 เมษายน 2569
ข่าวเด่น