
คาด SET ปรับขึ้น นักลงทุนเข้าสู่ภาวะ Risk on ความตึงเครียดผ่อนคลายลง หลังสหรัฐฯและอิหร่านเปิดทางพร้อมกลับมาเจรจาเพื่อยุติสงครามอีกรอบ รวมทั้งคาดหวัง ปธน. ทรัมป์ ผลักดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรเพื่อลดผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศติดตามการเข้าสู่ช่วงรายงานงบ 1Q69 เริ่มที่กลุ่มธนาคาร โดยวันนี้ TISCO จะรายงานเป็นแห่งแรก ทางเทคนิคดัชนีไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง ประเมินแนวต้าน 1525-1535 แนวรับ 1495-1485
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ย้ำสงครามตะวันออกกลางใกล้จบแล้วและส่งสัญญาณอิหร่านพร้อมเจรจาสันติภาพ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในปลายสัปดาห์นี้ พร้อมเสนอเงื่อนไขเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้จีนแลกกับไม่ส่งอาวุธให้อิหร่านอีก มองประเด็นนี้ช่วยฟื้นบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
• IEA เตือนอุปสงค์น้ำมันโลกปี 69 อาจกระทบรุนแรงเท่า COVID-19 เหลือ 5.6 แสนบาร์เรล/วัน (เดิม 6.4 แสน) จากอุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมีนัยเหลือ 3.8 ล้านบาร์เรล/วัน (เดิม 20 ล้าน) มองเป็น Sentiment บวกชั่วคราวต่อกลุ่มต้นน้ำ (PTTEP) จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และโรงกลั่น (TOP, BCP, SPRC) จากกำไรสต็อกน้ำมัน
• IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2569 ลงสู่ 3.1% (เดิม 3.3%) กดดันจากสงครามตะวันออกกลาง แม้มีแรงหนุนจากการลงทุน AI ขณะที่ GDP ไทยคาดโตชะลอลงสู่ 1.5% จากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่หดตัว, บาทอ่อนค่าซ้ำเติมต้นทุน และอุปสงค์ในประเทศซบเซา
• ครม. อนุมัติเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 400 บาท/คน (เดิม 300) เป็นเวลา 1 เดือน, Soft Loan 5 พันลบ. เพื่อหนุนใช้ Solar Cell และ EV มองบวกต่อผู้ที่จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Cell (GULF SCC HMPRO GLOBAL) และมาตรการบรรเทาผลกระทบคู่สัญญาณภาครัฐ มองบวกต่อกลุ่มรับเหมา (STECON CK)
• ททท. เผยสงกรานต์ปี 69 คึกคักเกินคาดในทุกภูมิภาค ประเมินวันที่ 11-15 เม.ย. มีเม็ดเงินสะพัด 3.04 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 6%YoY สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (MINT CENTEL ERW AOT BA), ค้าปลีก (CPALL CRC CPN)
• ตลท. ประกาศ DELTA เข้า Cash Balance ระดับ 1 ในวันที่ 16 เม.ย.–30 เม.ย.นี้ มองลบสั้นต่อการลงทุน หลังสถิติในอดีตราคาหุ้น DELTA มักจะปรับลง 5-12% ในวันที่เปิดทำการวันแรกทันทีที่มาตรการมีผล
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์เพื่อรอผลการเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน หลัง ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณจะมีการกลับมาเริ่มต้นเจรจาใหม่อีกครั้งก่อนเส้นตายหยุดยิงในวันที่ 22 เม.ย. นี้ อย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาตลาดรับรู้ (Price in) ความคาดหวังเชิงบวกไประดับหนึ่งแล้วจนดัชนีฟื้นตัวยืนเหนือระดับ 1,500 จุด จึงทำให้คาด SET เริ่มมี Upside จำกัดที่บริเวณ 1,530 จุด จนกว่าจะมีความชัดเจนของข้อตกลง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน เนื่องจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่สิ้นสุด
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมี Upside จำกัดที่บริเวณ 1,530 จุด จนกว่าจะทราบผลเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์การลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจาล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 68 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
Trading Idea: 1. หุ้น Short-term Policy ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้นเพื่อประคองกำลังซื้อและลดค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) จากขยายเพดานราคาดีเซลในการคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU BCPG WHAUP SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อต่ำให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC CPALL HMPRO GLOBAL
Daily Top Picks
GULF: ปัจจัยกระตุ้นจากความคาดหวังการเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 โดยรัฐบาลหลังจัดตั้ง ครม. เสร็จ ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่, ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และรายได้ปันผลจาก KBANK เป้าหมายระยะสั้นที่ 61.00 บาท
MINT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ที่คึกคัก การท่องเที่ยวในไทยและยุโรปมีแนวโน้มเป็นบวก และคาดเป็นเป้าหมาย Short Covering ผลประกอบการคาดจะผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 การจัดตั้งกอง REIT จะเสริมแกร่งแก่งบดุล และลดภาระหนี้และดอกเบี้ย เป้าหมายระยะสั้นที่ 23.00 บาท
ข่าวเด่น