หุ้นทอง
PSP ประกาศ JUMP+ Plan ตั้งเป้ากำไรสุทธิ 1,000 ล้านใน 3 ปี ชูนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ใหม่ต่อยอดความเป็นผู้นำตลาด


 

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP กางแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท หรือ JUMP+ Plan ประจำปี 2569 - 2571 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งเป้าดันกำไรสุทธิแตะ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ต่อเนื่องจากสถิติสูงสุดใหม่ที่ 850.64 ล้านบาทเมื่อปี 2568 หรือเติบโตเกือบเท่าตัวในเวลาเพียง 2 ปี มุ่งขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 3 เสาหลัก การรักษาความเป็นผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นในประเทศควบคู่กับการขยายรายได้ส่งออก การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าเพิ่ม และการขยายธุรกิจผ่านการควบรวม ร่วมทุน และลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่ม New S-Curve ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงาน และการดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายและมั่นคงในระยะยาว

 
นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา PSP ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการเติบโตของกำไรไม่ได้มาจากการขยายรายได้เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการเพิ่มคุณภาพของรายได้ควบคู่กัน แผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท หรือ JUMP+ Plan ประจำปี 2569–2571 จึงไม่ใช่แค่การตั้งเป้าหมายตัวเลข แต่เป็นการวางโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่จะรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ ตัวเลขผลประกอบการในช่วงปี 2566–2568 สะท้อนทิศทางดังกล่าวได้ชัดเจน รายได้รวมอยู่ในกรอบประมาณ 12,000–13,400 ล้านบาท กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ จาก 427.54 ล้านบาทในปี 2566 เพิ่มเป็น 671.67 ล้านบาท ในปี 2567 และแตะ 850.64 ล้านบาท ในปี 2568 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นจาก 3.48% เป็น 5.02% และ 6.68% ตามลำดับ บ่งชี้ว่า PSP สามารถเพิ่มการทำกำไรได้เกือบเท่าตัวในเวลาเพียง 2 ปี บนโมเมนตัมดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิให้ถึงระดับ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 โดยกำหนดเป้าหมายไว้เป็นขั้น คือ 900 ล้านบาทในปีนี้ และ 950 ล้านบาทในปี 2570 ผ่านกลยุทธ์ 3 เสาหลักที่ดำเนินการควบคู่กัน

 
เสริมความแข็งแกร่งฐานธุรกิจหลัก ดันส่งออกแตะ 30%

ภายใต้กลยุทธ์เสาแรก PSP มุ่งเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลักที่ครองความเป็นผู้นำตลาดมาต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์หล่อลื่น น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า น้ำมันอุตสาหกรรม และน้ำมันผสมยาง ผ่านการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และบริหารห่วงโซ่อุปทานให้รองรับความต้องการที่ขยายตัวต่อเนื่องจากการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ไทยและภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันบริษัทกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจากผู้จัดหาประมาณ 20 รายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสำรองวัตถุดิบเฉลี่ย 30 – 60 วัน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนต่าง ๆ 

ด้านการขยายตลาดต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกจาก 22.9% ในปัจจุบันให้แตะ 30% ของรายได้รวมจากการขายภายในปี 2571 โดยเน้นตลาดอาเซียนที่ได้อานิสงส์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ผ่านการสร้างความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละตลาดเป้าหมาย รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและความต้องการของแต่ละประเทศ

 
3 นวัตกรรมสร้างรายได้ใหม่ - ต่างระดับความพร้อม ต่างจังหวะเวลา

กลยุทธ์เสาที่สองเป็นหัวใจของการสร้างรายได้ใหม่ในระยะกลางถึงยาว โดย PSP ผลักดัน 3 โครงการนวัตกรรมพร้อมกัน แต่อยู่ในระดับความพร้อมเชิงพาณิชย์ที่แตกต่างกัน

โครงการที่มีความคืบหน้าสูงสุดคือ EnPAT น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพจากน้ำมันปาล์มไทย ดำเนินการร่วมกับบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบการใช้งานในระบบไฟฟ้าจริงร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อประเมินสมรรถนะและความปลอดภัย ก่อนมุ่งสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบและเปิดตลาดต่างประเทศในปี 2571 ตอบโจทย์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากน้ำมันที่ผ่านการใช้งานแล้วสามารถนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซลได้มากกว่า 97% ช่วยลดของเสียและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรภายในประเทศ

โครงการที่สองคือ น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกลั่นใช้ใหม่ (Re-Refined Base Oil หรือ RRBO) ต่อยอดจากการเข้าซื้อหุ้น บริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ RE จนครบ 100% เมื่อกลางปี 2568 โดยนำน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วกลับมาผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพให้ใกล้เคียงน้ำมันใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ สอดรับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และเตรียมความพร้อมด้านกระบวนการผลิต ในปีนี้วางแผนลงนาม MOU กับผู้จัดหาเทคโนโลยี ขอใบอนุญาตโรงงาน และติดตั้งเครื่องจักร ก่อนเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และรับรู้รายได้ในปี 2570 พร้อมแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในปี 2571

โครงการที่สามคือ สารหล่อเย็นแบบจุ่ม (Immersion Coolant) สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นของการวิจัยและพัฒนา โดยได้ลงนาม MOU แล้วกับ Eco Atlas ผู้ให้บริการโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจร และ Evonik ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก แผนงานในปี 2569 มุ่งเน้นทดสอบสูตรในระดับห้องปฏิบัติการ ก่อนขยายสู่การหาพันธมิตรเชิงพาณิชย์และศึกษาตลาดในปี 2570 และเปิดตลาดทั้งในและต่างประเทศในปี 2571

 
M&A และ New S-Curve - เสริมพอร์ตรายได้นอกธุรกิจหลัก

กลยุทธ์เสาที่สาม มุ่งขยายธุรกิจผ่านการพิจารณาควบรวม ร่วมทุน และลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจหลักได้ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่ม New S-Curve ที่มีแนวโน้มเติบโตตามเมกะเทรนด์โลก ทั้งเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และธุรกิจด้านสุขภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างประโยชน์ร่วมระหว่างบริษัทในกลุ่ม เพื่อใช้ทรัพยากร เทคโนโลยี และฐานลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ PSP จะบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย ลงทุนเป็นขั้นตอน และรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยปัจจุบัน D/E Ratio อยู่ที่ 0.82 เท่า ลดลงจาก 0.95 เท่าในปี 2567 และ 1.15 เท่าในปี 2566 สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่อง

ธรรมาภิบาลและสภาพภูมิอากาศ - รากฐานการเติบโตที่ยั่งยืน

JUMP+ Plan ยังครอบคลุมแผนยกระดับธรรมาภิบาลควบคู่กัน โดยบริษัทตั้งเป้าขอรับรองแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชนไทย (CAC) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2571 พร้อมขยายมาตรฐานดังกล่าวไปยังคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1) รวมทั้งจัดทำนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในและกรอบการกำกับดูแลการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) ในองค์กรในระยะเวลาเดียวกัน ด้านสภาพภูมิอากาศ บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปีฐาน 2567 ที่ระดับ 220,725 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ลง 6% ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 13% ในปี 2571 ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในกระบวนการผลิตด้วยระบบดิจิทัล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ 5 SKUs ภายในปี 2571 โดยมีเป้าหมายระยะยาวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี2593

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 เม.ย. 2569 เวลา : 15:19:08
16-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (16 เม.ย.69) ลบ 17.11 จุด ดัชนี 1,489.73 จุด

2. ประกาศ กปน.: 20 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเจริญนคร

3. MTS Gold คาดราคาทองคำในช่วงวันหยุดยาวยังคงมี ความผันผวนสูง แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,780 - 4,720 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,850 - 4,900 เหรียญ

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (16 เม.ย.69) ลบ 8.04 จุด ดัชนี 1,498.80 จุด

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้( 16 เม.ย. 69) ลบ 2.49 จุด ดัชนี 1,504.35 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (16 เม.ย.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 73,700 บาท

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 เม.ย.69) อุตุฯเตือนภาคอีสานตอนล่าง และภาคตะวันออก มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ฝน 10% ของพื้นที่ / ภาคใต้ ฝน 20-30%

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (15 เม.ย.69) ลบ 72.27 จุด สวนทาง S&P500 และ Nasdaq ทำนิวไฮ รับความหวังเจรจาสันติภาพ

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 เม.ย.69) ลบ 26.50 ดอลลาร์ จากแรงขายทำกำไร นักลงทุนจับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.85 - 32.15 บาท/ดอลลาร์

11. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.80 - 32.40 ท่ามกลางความหวังดีลสันติภาพ

12. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (16 เม.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.04 บาทต่อดอลลาร์

13. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 10 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนอิสรภาพ

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 เม.ย.69) บวก 17.18 จุด ดัชนี 1,506.84 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของการเจรจาสงบศึก โดยปรับตัวลงไปทดสอบบริเวณ 4,700 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 16, 2026, 7:16 pm