เดนทัล คอร์ปอเรชั่นตั้ง COO ใหม่เสริมทัพ วางยุทธศาสตร์ทำการตลาด ขยายฐานกลุ่มลูกค้า ทันตกรรมคนไทย ชู แบรนด์ เดนทัล แพลนเน็ต และสไมล์ ซิกเนเจอร์ หวังตอบโจทย์ลูกค้า พร้อม เพิ่มทางเลือกอุปกรณ์ วัสดุทันตกรรรมคุณภาพระดับสากล ในราคาจับต้องได้ ตั้งเป้าหมายปีนี้รายได้ กลุ่มลูกค้าคนไทยโต 20%
นายพรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D ผู้ให้บริการทันตกรรมแบบครบวงจร เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท D ได้ปรับยุทธศาสตร์ทางการตลาด เพื่อขยายฐาน กลุ่มลูกค้าทันตกรรมคนไทย โดยได้แต่งตั้ง นายอธิรัชต์ องค์ศรีตระกูล มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย ปฏิบัติการ (COO) เพื่อเสริมทัพสร้างความแข็งแกร่งด้านการตลาด
ทั้งนี้นายอธิรัชต์ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดนทัล วิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งบริษัท ย่อย มาแล้วเป็นเวลา 3 ปี และได้สร้างผลงานอย่างโดดเด่น สามารถปรับยุทธศาสตร์ บริษัท เดนทัล วิชั่น จากผล ประกอบการขาดทุน ในปี 2567 กลับมามี กำไร 26 ล้านบาท ในปี 2568
นายอธิรัชต์ องค์ศรีตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) กล่าวว่า กลยุทธ์หลักในปีนี้ บริษัท มุ่งเน้นในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนไทยให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการทำการตลาดพบว่าบริษัทยังมี ศักยภาพ ที่สามารถเพิ่มสัดส่วนของผู้เข้ามาใช้บริการงานทันตกรรมที่เป็นลูกค้าคนไทยได้อีกมาก ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท มีสัด ส่วน ลูกค้าคนไทย 35% ต่างชาติ 65% และปีนี้มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนลูกค้าคนไทยเป็น 50% และเป้าหมายรายได้เติบโต 20%
สำหรับทำการตลาดในกลุ่มลูกค้าคนไทย นอกจากการบริการทันตกรรมที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และ ปลอดภัย ในส่วนของราคาค่าบริการ รวมทั้งราคาของอุปกรณ์ วัสดุ เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งระดับราคาต้องมีความ เหมาะสม สามารถเข้าถึงได้ โดย คลินิกทันตกรรม สไมล์ ซิกเนเจอร์ และเดนทัล แพลนเน็ต คลินิกทันตกรรม สามารถตอบโจทย์ได้
ปัจจุบันคลินิกทันตกรรม สไมล์ ซิกเนเจอร์ มี 4 สาขา ทั้งในกรุงเทพ และภูเก็ต ส่วน เดนทัล แพลนเน็ต คลินิกทันตกรรม มีจำนวน 5 สาขา สามารถให้บริการด้านรักษาในราคาสมเหตุสมผล ให้บริการได้ครบวงจร มี เทคโนโลยี และเครื่องมือทันตกรรมที่ทันสมัย คำนึงถึงความสะอาด ความปลอดภัย มีคุณภาพ และมีวัสดุอุปกรณ์ ทันตกรรม ที่สามารถเลือกได้ตามความต้องการที่เหมาะสม
“เพื่อลดความกังวลของลูกค้า ด้านราคาค่าบริการ ทางคลินิกมีอุปกรณ์ วัสดุทันตกรรรมคุณภาพระดับ สากล ในราคาจับต้องได้เป็นทางเลือกให้บริการ ตัวอย่างเช่น ในการรักษารากฟันเทียม มีค่าใช่จ่ายค่อนข้างสูง ทางคลินิกมีแบรนด์ Warrantec ให้บริการในราคาที่คุ้มค่าวัสดุมีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ราคาพร้อม ครอบฟัน เริ่มต้นเพียง 27,000 บาทต่อซื้อ” นายอธิรัชต์ กล่าว
นายอธิรัชต์ กล่าวอีกว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายทำการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มคนไทย แต่ใน ขณะเดียวกันในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ บริษัทยังคงทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ และ นักท่องเที่ยว เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ที่มีกำลังซื้อสูง การให้บริการทันตกรรมของกลุ่มบริษัท D ทั้งด้านมาตรฐาน ระดับสากล เทคโนโลยีด้านนวัตกรรมที่ทันสมัย ความสะอาด ความปลอดภัย สามารถสร้าง ความมั่นใจให้กับ ผู้มาใช้บริการ และลูกค้าชาวต่างชาติยังคงเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ข่าวเด่น