เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ....


 

ปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญ "วิกฤตปากท้อง" ที่ไม่ได้มาเพียงระลอกเดียวแต่กำลังมาเป็นคลื่นต่อเนื่อง ระลอกแรก คือ ราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ระลอกที่สอง คือ กำลังลุกลามไปสู่ต้นทุนอาหารและสินค้าต่าง ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น และระลอกที่สาม คือ กำลังซื้อของประชาชนที่เริ่มลดลง ส่งผลกระทบในลักษณะแรงบีบสองด้าน (Double Squeeze) ต่อภาคธุรกิจและภาคประชาชนที่รายได้ลดลงแต่ต้นทุนกลับสูงขึ้น ฉุดกำลังซื้อของประชาชนและเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวภายใต้เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจตกต่ำ (Stagflation) ในระยะถัดไป แม้สงครามความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจจะจบลงแต่ภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็จะคงมีอยู่ เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระเบียบโลกใหม่ที่ราคาน้ำมันจะไม่กลับไปเหมือนเดิมและความเสี่ยงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ยังคงสูงต่อเนื่อง ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงที่สุดอันดับต้น ๆ ในเอเชีย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างเร่งด่วนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการคลังในกรอบงบประมาณที่มีอยู่เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤตแต่จะไม่ทันการณ์ เนื่องจากไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วนทั้งในด้านขนาด (Scale) ความเร็ว (Speed) และความยืดหยุ่น (Flexibility) ที่ไม่เพียงพอและหากจะดำเนินการผ่านกระบวนการตรากฎหมายปกติจะไม่ทันต่อสถานการณ์และอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากต่อการแก้ไขในภายหลัง
วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้จึงเป็นวิกฤตซ้อนหลายระลอกต้องรับมืออย่างเร่งด่วนและเป็นปราการสำคัญในการรับมือวิกฤตระลอกถัดไปและจำกัดผลกระทบไม่ให้ขยายตัวในวงกว้างและยืดเยื้อ จึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดอันเนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 อนุมัติร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. .... (ร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศโดยเป็นการตราพระราชกำหนดตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 พร้อมทั้งให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน โดยสรุปสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ มีดังนี้

1. ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท 

2. วัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างตรงจุดในการช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ และปรับโครงสร้างพลังงานซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลต่อวิกฤตโดยตรง โดยให้นำไปใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ ประกอบด้วย 2 แผนงานหลัก ดังนี้

แผนงานที่ 1 : มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก โดยมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการ SME รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่ถูกผลกระทบซ้ำจากต้นทุนที่สูงขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง 

แผนงานที่ 2 : มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน 200,000 ล้านบาท

2.1 กิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต

2.2 การใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานฟอสซิล ทำให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ หรือส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก รวมทั้งสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า

2.3 การพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมสำหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานและการสร้างเศรษฐกิจใหม่

3. ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง (ประธานกรรมการ) เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่งตั้งไม่เกิน 3 คน (กรรมการ) และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (กรรมการและเลขานุการ) ผู้แทน สศช. และ สศค. (ผู้ช่วยเลขานุการร่วม) และเพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ กระทรวงการคลังยังได้กำหนดหลักการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้หลักการ 5T ได้แก่ Target ตรงจุด ใช้เงินตรงเป้าหมาย Transition เร่งรัดการเปลี่ยนผ่าน ลดความเปราะบางทางพลังงาน Transformation เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเน้นการลงทุนที่ช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัว Transparent โปร่งใส ตรวจสอบได้ Together ขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้เงินทุกบาทที่ใช้สร้างคุณค่าสูงสุดแก่ประชาชน
และประเทศ

ทั้งนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า “การตราร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจระยะสั้น และผลจากการปรับโครงสร้างทางพลังงานจะช่วยลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และสามารถดึงดูดการลงทุนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกด้วย จึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างไปพร้อมกับการบรรเทาทุกข์ของประชาชน”

สำหรับผลกระทบต่อหนี้สาธารณะและความยั่งยืนทางการคลัง แม้จะมีการกู้เงินเพิ่มเติมแต่สถานะทางการคลังของไทยยังอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ หลังการกู้เงินตามร่าง พ.ร.ก. นี้แม้สัดส่วน
หนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังต่ำกว่าเพดานตามกฎหมายที่ร้อยละ 70 ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ มีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจนและโปร่งใส และที่สำคัญคือการดำเนินการทุกประการยังอยู่ภายใต้กรอบความรับผิดชอบทางการคลัง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 พ.ค. 2569 เวลา : 16:46:51
06-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (5 พ.ค.2569) ลบ 3.59 จุด ดัชนี 1,490.10 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (5 พ.ค.69) ลบ 6.70 จุด ดัชนี 1,486.99 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (5 พ.ค.69) ลบ 6.70 จุด ดัชนี 1,486.99 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 พ.ค.69) ร่วง 111.20 ดอลลาร์ กังวลสงครามอิหร่านหนุนน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อสูง

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (4 พ.ค.69) ร่วง 557.37 จุด กังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด

6. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยร่วงลงกว่า 100 เหรียญ ไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,500 เหรียญ หลังจากก่อนหน้าทรงตัวอยู่แถว 4,630 เหรียญ

7. ประเทศไทยฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 40% ภาคอีสาน 30% ภาคใต้ 30-40%

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30 - 33.00 ติดตามราคาน้ำมันและข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (5 พ.ค.69) บวก 6.26 จุด ดัชนี 1,499.95 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (5 พ.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.73 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (5 พ.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 71,200 บาท

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง / ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 30-40%

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 พ.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 71,850 บาท

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 เม.ย.69) บวก 1.95 จุด ดัชนี 1,493.69 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเมื่อวานทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,510 เหรียญ ก่อนดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,540 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 6, 2026, 3:14 am