หุ้นทอง
ถอดรหัสความเป็นธรรมตลาดทุนไทยผ่านดัชนีชี้วัด


 
"ความเป็นธรรมของตลาด" (Market Integrity) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน เนื่องจากตลาดทุนที่มีความโปร่งใส มีกลไกกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม จะช่วยลดโอกาสการใช้ข้อมูลภายในหรือพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ในระดับสากล การประเมินความเป็นธรรมของตลาดทุนสามารถดำเนินการได้ผ่านตัวชี้วัดหลายรูปแบบ โดยแนวทางที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่ การประเมินภาพรวมของตลาด และการประเมินจากพฤติกรรมการซื้อขายของผู้ลงทุน

สำหรับการประเมินภาพรวมของตลาด มีตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ 1) Market Cleanliness Statistic (MCS) ซึ่งใช้วิเคราะห์ความเป็นธรรมของตลาด จากสัดส่วนจำนวนเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์อย่างผิดปกติก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ต่อ จำนวนเหตุการณ์การเปิดเผยข้อมูลสำคัญทั้งหมด และ 2) Abnormal Trading Volume Ratio (ATVR) วิเคราะห์ความเป็นธรรมของตลาด จากสัดส่วนจำนวนเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างผิดปกติก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ต่อ จำนวนเหตุการณ์การเปิดเผยข้อมูลสำคัญทั้งหมด ขณะที่การประเมินจากพฤติกรรมผู้ลงทุนจะใช้ตัวชี้วัด Potentially Anomalous Trading Ratio (PATR) เพื่อตรวจสอบรูปแบบพฤติกรรมการซื้อขายที่อาจมีลักษณะผิดปกติของบัญชีผู้ลงทุน* ก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ คำนวณจากสัดส่วนจำนวนบัญชีที่มีการซื้อขายอย่างผิดปกติก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ต่อ จำนวนบัญชีทั้งหมดที่มีการซื้อขายก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ

ดัชนีชี้วัดทั้ง 3 ตัวดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดและพฤติกรรมการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา โดยหากค่าดัชนีทั้ง 3 ตัว ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเสี่ยงที่มากขึ้นของพฤติกรรมการซื้อขายโดยอาศัยข้อมูลภายในก่อนการเปิดเผยข้อมูล จึงสะท้อนถึงระดับความเสี่ยงด้าน Market Integrity ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลใช้ประกอบการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ในตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง

ในประเด็นนี้ ฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนข้อมูล ก.ล.ต. ได้จัดทำงานวิจัยเรื่อง “Measuring Market Integrity: Insights and Metrics for Thailand’s Capital Market” และเผยแพร่ในการประชุม SEC Capital Market Symposium 2025 โดยศึกษาข้อมูลการซื้อขายในตลาดทุนไทยช่วงปี 2019–2024 ผ่านตัวชี้วัดด้าน Market Integrity ดังกล่าว

ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ค่า ATVR ปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15% จากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ประมาณ 10% สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงและมีข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก อาจส่งผลให้ความเสี่ยงด้านความผิดปกติในการซื้อขายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับผลการศึกษาในตลาดทุนของหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย

อย่างไรก็ดี ในช่วงปี 2022–2023 ค่า ATVR ปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 11% ซึ่งสะท้อนแนวโน้มด้านความเป็นธรรมของตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีการดำเนินมาตรการยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการเสริมสร้างระบบควบคุมภายในและธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจ

สำหรับปี 2024 แม้ค่าดัชนี ATVR มีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากความผันผวนของราคาหุ้นก่อนการประกาศผลประกอบการที่แตกต่างจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมระยะยาว ผลการศึกษายังคงสะท้อนแนวโน้มการพัฒนาด้านความโปร่งใสและความเป็นธรรมของตลาดทุนไทยในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาร่วมกับภาพประกอบ จะเห็นได้ว่าค่าดัชนีสำคัญทั้ง MCS, ATVR และ PATR มีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน โดยปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปี 2020 ก่อนจะทยอยปรับลดลงในช่วงปีถัดมา และทรงตัวในระดับที่ต่ำลงในระยะหลัง สะท้อนถึงพัฒนาการด้านความเป็นธรรมของตลาดทุนไทยที่ปรับดีขึ้น แม้จะยังมีความผันผวนในบางช่วงเวลา

ตลาดทุนประเทศไทยมีแนวโน้ม Market Integrity ที่ดีขึ้น แต่ยังคงมีความท้าทายใหม่ ๆ ในตลาดทุนอยู่เสมอ ดังนั้น Market Integrity จึงเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดทุน ติดตามการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนสามารถนำไปศึกษาต่อยอด เพื่อออกแบบนโยบายพัฒนาตลาดและกำกับดูแลตลาดทุน พร้อมส่งเสริมมาตรฐานธรรมาภิบาลในตลาดทุน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
หมายเหตุ :

* บัญชีที่ซื้อ (กรณีข่าวบวก) หรือขาย (กรณีข่าวลบ) หลักทรัพย์ก่อนการประกาศ และบัญชีดังกล่าวมีพฤติกรรมการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังสามารถทำกำไรได้จากการเคลื่อนไหวของราคาภายหลังการประกาศ ดังนั้น PATR จึงเน้นการวิเคราะห์ในมิติของผู้ลงทุนรายบัญชี ต่างจาก MCS และ ATVR ที่วิเคราะห์ในมิติของหลักทรัพย์
 
 
โดย ฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนข้อมูล
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 มิ.ย. 2569 เวลา : 22:04:50
21-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (19 มิ.ย.69) ลบ 12.56 จุด ดัชนี 1,572.50 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (19 มิ.ย.69) ลบ 10.64 จุด ดัชนี 1,574.42 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (19 มิ.ย.69) มรสุมพัดปกคลุม ส่งผล "กรุงเทพปริมณฑล" ฝนตกหนัก 70% ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 60% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคกลาง 40%

4. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาถูกกดดันอีกครั้งและยังเคลื่อนไหวในกรอบ "Sideway Down"

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (18 มิ.ย.69) บวก 72.15 จุด, Nasdaq พุ่งแรง รับแรงซื้อหุ้นชิป-ดีลสันติภาพอิหร่าน

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (18 มิ.ย.69) ร่วง 135.50 ดอลลาร์ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (19 มิ.ย.69) บวก 6.31 จุด ดัชนี 1,591.37 จุด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-32.90 บาท/ดอลลาร์

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (19 มิ.ย.69) ร่วงลง 1,250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,850 บาท

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (19 มิ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.78 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 มิ.ย.69) ลบ 2.01 จุด ดัชนี 1,585.06 จุด

12. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (17 มิ.ย.69) บวก 27 ดอลลาร์ ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟด "คงอัตราดอกเบี้ย"

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (18 มิ.ย.69) ลบ 1.44 จุด ดัชนี 1,585.63 จุด

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 มิ.ย.69) มรสุมกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผล ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ 40%

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (17 มิ.ย.69) ร่วง 507.12 จุด หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 21, 2026, 9:17 am