เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาด กนง. คงดอกเบี้ยระดับเดิมต่อไปใน 2H69"


กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ต่อปี โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ จากวัฏจักรเทคโนโลยีโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ผลของมาตรการภาครัฐและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มดีขึ้น คาดการณ์ GDP ปี 69 และ 70 อยู่ที่ 2.3% และ 1.8% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปี 69 และ 70 อยู่ที่ 2.8% และ 1.4% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งกลับมารุนแรงและยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่ประเมินไว้
 
• Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ตลอดทั้งปี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง ทั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะต้องติดตาม ได้แก่ 1)ผลกระทบจากค่าครองชีพที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อครัวเรือนที่เปราะบาง  และ 2) ความต่อเนื่องของการลงทุนภาคเอกชนในกลุ่ม Technology ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่สนับสนุนการเติบโตต่อเนื่องของภาคการส่งออกไทยและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน

กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเศรษฐกิจขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมิน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มสูงขึ้นน้อยกว่าการประชุมครั้งก่อน
 
กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 3/2569 โดยมีสาระสำคัญดังนี้
 
 
• กนง. มองเศรษฐกิจระยะข้างหน้ามีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าที่ประเมินไว้ โดยปรับประมาณการณ์ปี 69 สูงขึ้นจาก 1.5% เป็น 2.3% แนวโน้มเศรษฐกิจมีแรงส่งที่ดีกว่าคาด จากวัฏจักรเทคโนโลยีโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งไทยได้รับอานิสงส์จากภาคการส่งออกโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและการลงทุนด้าน AI และ data center ที่เติบโตสูงขึ้น ประกอบกับแรงขับเคลื่อนจากมาตรการภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกลางมีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและภาคการท่องเที่ยวน้อยกว่าที่ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี กนง. คาดว่าเศรษฐกิจในภาพรวมยังเติบโตอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคธุรกิจ SMEs ที่ปรับตัวได้จำกัด และผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นบั่นทอนกำลังซื้อครัวเรือนที่เปราะบาง
 
• ด้านอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับตัวสูงขึ้นกว่ากรอบเป้าหมาย แต่จุดสูงสุดต่ำกว่าการประเมินครั้งก่อนที่อยู่ที่ราว 5% ตามการส่งผ่านต้นทุนด้านพลังงาน หลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย โดยปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 69 ลงมาอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล 
 
• ทั้งนี้ กนง. มองว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงค้างเป็นเวลานานมีจำกัด  ผลกระทบด้านพลังงานทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นในระยะถัดไปจะเริ่มทยอยส่งผ่านไปยังหมวดสินค้าและบริการ โดย กนง.ประเมินว่าความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานมีจำกัด และจะกลับเข้ากรอบได้ในต้นปี 70 อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยด้านภูมิอากาศ ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นได้ในระยะถัดไป

Implication: 
 
• Krungthai COMPASS คาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ตลอดทั้งปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง โดยระยะข้างหน้ามีประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ 
 
 
• ผลกระทบจากค่าครองชีพที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อครัวเรือนที่เปราะบาง แม้สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางจะมีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้ราคาพลังงานทยอยปรับตัวลงแต่ยังคงสูงกว่าช่วงก่อนเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยยังต้องจับตาการส่งผ่านต้นทุนจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคต่อไปในระยะข้างหน้า โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 69 พบว่าไทยและประเทศในภูมิภาคส่วนใหญ่มีสัดส่วนราคาผู้ผลิตต่อราคาผู้บริโภค (PPI/CPI) เพิ่มขึ้นจากต้นปี สะท้อนถึงโอกาสที่ต้นทุนการผลิตซึ่งปรับสูงขึ้นกำลังถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภค ทั้งนี้สัดส่วนดังกล่าวของไทยปรับสูงขึ้นในรูปแบบเดียวกัน อยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน
 
• ความต่อเนื่องของการลงทุนภาคเอกชน หลังมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามการลงทุนในกลุ่ม Technology เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมิน ส่วนหนึ่งจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่ม Digital ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนใน Data center ซึ่งในไตรมาส 1 ปี 69 ไทยมีการนำเข้าสินค้าในกลุ่ม Digital แตะระดับ 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สอดคล้องกับยอดการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในกลุ่ม Digital ที่มีมูลค่า 553.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 68 และในไตรมาส 1 ปี 69 ยอดการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนของ BOI รวมอยู่ที่ 209.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 84.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อาทิ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มองไปข้างหน้าทิศทางการเติบโตของกลุ่ม Technology ตามกระแสโลกจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่สนับสนุนการเติบโตต่อเนื่องของภาคการส่งออกไทยอันเป็นกำลังหลักสำหรับสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน
 
กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
วรธันย์ โหตรภวานนท์
ภูมิภัชช์ จาง
ศูนย์วิจัย Krungthai Compass
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 มิ.ย. 2569 เวลา : 13:57:13
26-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (26 มิ.ย.69) ลบ 16.79 จุด ดัชนี 1,541.76 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเมื่อวานหลุดระดับ 4,000 เหรียญ ก่อนฟื้นกลับมาทรงตัวได้ โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,020 เหรียญ ทำให้ระดับ 4,000 เหรียญ

3. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (26 มิ.ย.69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,400 บาท

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ (26 มิ.ย.69) ลบ 11.82 จุด ดัชนี 1,546.73 จุด

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (26 มิ.ย.69) ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและตกหนักใน กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 30%

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (25 มิ.ย.69) บวก 71.72 จุด, Nasdaq ปิดลบจากแรงขายหุ้นเทคฯ

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (25 มิ.ย.69) บวก 38.80 เหรียญ หลังดัชนี PCE สอดคล้องคาดการณ์-ดอลลาร์อ่อนหนุนแรงซื้อ

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (26 มิ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสามเสน

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (25 มิ.ย.69) บวก 10.33 จุด ดัชนี 1,558.55 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.69) บวก 12.04 จุด ดัชนี 1,560.26 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงแรง หลุดระดับ 4,000 เหรียญ ก่อนทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,960 เหรียญ ต่ำสุดในรอบเกือบ 8 เดือน

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 มิ.ย.69) บวก 182.06 จุด ราคาน้ำมันร่วง หนุนหุ้นสายการบิน

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (24 มิ.ย.69) ร่วง 140.60 เหรียญ กังวลดอกเบี้ยขาขึ้น-ดอลลาร์แข็งฉุดตลาด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 26, 2026, 5:00 pm