เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กรอบแนวคิดสำหรับการพิจารณาแผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 2 ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569



 
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ) ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดสำหรับการพิจารณาแผนงานหรือโครงการกลุ่มที่ 2 ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พระราชกำหนดฯ) ให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพิจารณาเสนอแผนงาน/โครงการ ของส่วนราชการและใช้ประกอบการพิจารณากลั่นกรองโครงการต่อไป มีรายละเอียด ดังนี้
 
แผนงานที่ 2.1 แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดใช้พลังงานฟอสซิล การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต โดยมีกรอบแนวคิดการพิจารณาแผนงานหรือโครงการ ดังนี้
 
1. เป็นแผนงานหรือโครงการที่ช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิลได้ทันที ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ ช่วยบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานให้ภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ลดความเข้มข้นของการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
 
2. มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เอง (Self - Consumption) หรือ
ในระดับชุมชน (Smart Grid / Microgrid)
 
3. มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 
 
4. สามารถตรวจวัดหรือพิสูจน์ผลปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน 
 
5. เป็นแผนงานหรือโครงการพัฒนาหรือปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกที่จะมีมากขึ้น
 
แผนงานที่ 2.2 เป็นแผนงานหรือโครงการปรับเปลี่ยนยานพาหนะจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือยานพานะพลังงานสะอาดอื่น การลงทุนหรือสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ โดยมีกรอบแนวคิดการพิจารณาแผนงานหรือโครงการ ดังนี้
 
1. เป็นแผนงานหรือโครงการปรับเปลี่ยนยานพาหนะของภาครัฐ/สาธารณะ/ประชาชน จากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือยานพาหนะพลังงานสะอาดอื่น
 
2. มีการลงทุนหรือสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ซึ่งสนับสนุนการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาด 
 
3. มีการใช้เทคโนโลยีของสถานีชาร์จหรือยานพาหนะรองรับการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด
แผนงานที่ 2.3 เป็นหลักสูตรหรือแนวทางการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ให้แก่ประชาชน แรงงาน หรือผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ยุคพลังงานสะอาด เพื่อให้การพิจารณากลั่นกรองแผนงาน/โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ภายใต้พระราชกำหนดฯ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ 
 
นอกจากนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ได้มีมติเห็นชอบ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ โดยมีนายกุลิศ สมบัติศิริ
เป็นประธานอนุกรรมการ มีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นอนุกรรมการประกอบด้วย นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ นางธิดา พัทธธรรม นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน และมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
 
และสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำกรอบแนวคิดและแนวทางการพิจารณาโครงการที่มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมทั้งพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการและวงเงินของโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ
 
ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยยึดหลักความจำเป็น ความพร้อม ความคุ้มค่า และผลสัมฤทธิ์ เพื่อให้ทุกโครงการตอบโจทย์การแก้ไขวิกฤตการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศอย่างแท้จริง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 มิ.ย. 2569 เวลา : 21:46:42
27-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (26 มิ.ย.69) ลบ 16.21 จุด ดัชนี 1,542.34 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (26 มิ.ย.69) ลบ 16.79 จุด ดัชนี 1,541.76 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเมื่อวานหลุดระดับ 4,000 เหรียญ ก่อนฟื้นกลับมาทรงตัวได้ โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,020 เหรียญ ทำให้ระดับ 4,000 เหรียญ

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (26 มิ.ย.69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,400 บาท

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ (26 มิ.ย.69) ลบ 11.82 จุด ดัชนี 1,546.73 จุด

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (26 มิ.ย.69) ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและตกหนักใน กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 30%

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (25 มิ.ย.69) บวก 71.72 จุด, Nasdaq ปิดลบจากแรงขายหุ้นเทคฯ

9. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (25 มิ.ย.69) บวก 38.80 เหรียญ หลังดัชนี PCE สอดคล้องคาดการณ์-ดอลลาร์อ่อนหนุนแรงซื้อ

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (26 มิ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสามเสน

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (25 มิ.ย.69) บวก 10.33 จุด ดัชนี 1,558.55 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.69) บวก 12.04 จุด ดัชนี 1,560.26 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงแรง หลุดระดับ 4,000 เหรียญ ก่อนทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,960 เหรียญ ต่ำสุดในรอบเกือบ 8 เดือน

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (24 มิ.ย.69) บวก 182.06 จุด ราคาน้ำมันร่วง หนุนหุ้นสายการบิน

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 27, 2026, 6:00 pm