เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ส่งออกเดือน พ.ค. 2569 ขยายตัว 10.6%YoY Krungthai COMPASS ปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกไทยปี 2569 ที่ 9.5%YoY


 
• มูลค่าส่งออกเดือน พ.ค. 2569 เติบโต 10.6%YoY ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 23.1%YoY โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ด้านการนำเข้าขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 35.1%YoY ตามการนำเข้าแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และสินค้าเชื้อเพลิง ส่งผลให้ดุลการค้าเดือน พ.ค. ขาดดุล 5,771.4 ล้านดอลลาร์ฯ

• Krungthai COMPASS ปรับประมาณการส่งออกไทยปี 2569 เป็น 9.5%YoY จากเดิมคาดว่าหดตัว -1.0%YoY ตามแรงส่งของ Technology Cycle ที่สูงเกินคาด อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2H69 แรงส่งจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อาจชะลอลงจากฐานสูงในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงทางการค้าโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะมาตรการภาษีสหรัฐฯ ภายใต้ Section 301 จากประเด็น Forced Labor Goods และการสอบสวนเรื่อง Excess Capacity ซึ่งจะเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยในระยะถัดไป

มูลค่าส่งออกเดือน พ.ค. 69 อยู่ที่ 34,333.1 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 10.6%YoY ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 23.1%YoY และต่ำกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 12.0%1 ทั้งนี้ หากไม่รวมทองคำมูลค่าการส่งออกจะขยายตัวเพียง 9.2%YoY โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center ทั่วโลก สะท้อนผ่านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 14.4%YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (32.5%YoY)

การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ (+33.5%YoY ต่อเนื่อง 32 เดือน)  สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตลาดตะวันออกกลาง (-4.4%YoY) และจีน (-2.5%YoY) กลับมาหดตัว หลังขยายตัวในเดือนก่อนหน้า

มูลค่าการนำเข้าเดือน พ.ค. อยู่ที่  40,044.5 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 35.1%YoY ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 45.0%YoY และใกล้เคียงกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 35.0%1 จากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเทคโนโลยีเพื่อส่งออก อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า และเครื่องจักรกลเป็นสำคัญ ในขณะที่ สินค้าสำคัญที่หดตัวได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนยานยนต์

ดุลการค้าเดือน เม.ย. ขาดดุล 5,771.4 ล้านดอลลาร์ฯ ขาดดุลต่อเนื่อง 10 เดือน
 

 
1 อ้างอิงจาก Reuter Polls (As of Jun 2569)

Implication: 

Krungthai COMPASS ปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกไทยปี 2569 อยู่ที่ 9.5%YoY จากเดิมซึ่งคาดว่าหดตัว -1.0%YoY สะท้อนแรงส่งจากกระแส Technology Cycle ที่ขยายตัวสูงเกินคาด โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลก โดยมูลค่าการค้าโลกในกลุ่มนี้ช่วง 4 ไตรมาสล่าสุดเติบโตมากถึง 16%YoY นอกจากนี้ J.P.Morgan2 มองว่าการลงทุนดังกล่าวมีแนวโน้มโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี หลังกลุ่ม Hyperscalers รายใหญ่ (Microsoft, Meta, Oracle, Google และ Amazon) ได้ปรับแผนการลงทุนปี 2569 เพิ่มอีก 130 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมมากถึง 657 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (57.6%YoY) ภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม ช่วง 2H69 การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีแนวโน้มชะลอลงจากฐานสูงในปีก่อน ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณในเดือน พ.ค. ที่ขยายตัว 32.5%YoY ชะลอลงจาก 64.6%YoY ในเดือนก่อนหน้า

 
มองไปข้างหน้า ความเสี่ยงด้านการค้าของไทยยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนที่ไทยอาจถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 12.5% ภายใต้ Section 301 จากประเด็นเรื่อง Forced Labor Goods3 โดยไทยมีโอกาสชี้แจงประเด็นดังกล่าวก่อนวันที่ 6 ก.ค. ทั้งนี้ หากไทยถูกเรียกเก็บภาษีที่ 12.5% ตามปัจจัยข้างต้น คาดว่าอุตสาหกรรมซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงตามมาตรการดังกล่าว ได้แก่ ข้าว สิ่งทอ เส้นด้าย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) อย่างไรก็ดี การขึ้นภาษีครั้งอาจไม่ได้แตกต่างจาก Section 122 มากนัก เนื่องจาก Section 301 มีจำนวนรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีมากกว่า Section 122 อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ต้องติดตามคือผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียหรือกัมพูชาได้รับอัตราภาษีที่ 10% อาจทำให้สินค้าไทยบางกลุ่มเสียเปรียบด้านราคาในตลาดสหรัฐฯ มากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลการสอบสวนภายใต้ Section 301 ในประเด็น Excess Capacity4  ซึ่งจะเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยในระยะถัดไป

2 JP Morgan | 2026 MID-YEAR OUTLOOK Promise and Pressure
3 Forced labor goods เป็นประเด็นที่สหรัฐฯ มองว่าไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการที่เพียงพอในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับจากต่างประเทศ
4 Structural Excess Capacity เป็นประเด็นที่สหรัฐฯ กำลังสอบสวนว่าไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังใช้กำลังผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรม

กฤษฏิ์ ศรีปราชญ์
ภูมิภัชช์ จาง 
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 29 มิ.ย. 2569 เวลา : 15:22:06
29-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 มิ.ย.69) บวก 35.47 จุด ดัชนี 1,577.81 จุด

2. MTS Gold ราคาทองคำกลับมายืนเหนือระดับ 4,000 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังร่วงแรงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,070 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (29 มิ.ย.69) บวก 25.11 จุด ดัชนี 1,567.45 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (29 มิ.ย.69) บวก 11.41 จุด ดัชนี 1,553.75 จุด

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 มิ.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,150 บาท

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

7. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.20-33.70 ลุ้นตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 มิ.ย.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักใน กรุงเทพปริมณฑล-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 70% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 60% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน 40%

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (29 มิ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.42 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 1 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบน้ำดิบบางซื่อ

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (26 มิ.ย.69) ลบ 16.21 จุด ดัชนี 1,542.34 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (26 มิ.ย.69) ลบ 16.79 จุด ดัชนี 1,541.76 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเมื่อวานหลุดระดับ 4,000 เหรียญ ก่อนฟื้นกลับมาทรงตัวได้ โดยเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,020 เหรียญ ทำให้ระดับ 4,000 เหรียญ

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (26 มิ.ย.69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,400 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 29, 2026, 9:59 pm