
"ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาค ในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันตก จากแรงหนุนของภาคบริการ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากฤดูการท่องเที่ยวปลายปี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงภาคเกษตร ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ทั้งนี้ ควรติดตามประเด็นความผันผวนของต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าเกษตร และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง"
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมิถุนายน 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันตก จากแรงหนุนของภาคบริการ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากฤดูการท่องเที่ยวปลายปี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงภาคเกษตร ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ทั้งนี้ ควรติดตามประเด็นความผันผวนของต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าเกษตร และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 74.1 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 75.6 โดยมีภาคบริการและภาคเกษตรเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวปลายปีและการท่องเที่ยวสวนผลไม้ รวมถึงผลผลิตยางพารา มันสำปะหลังอัดเม็ด ไก่เนื้อ ผลไม้ และสัตว์น้ำที่ทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่เอื้อต่อการออกเรือประมงและการจับสัตว์น้ำ ขณะที่ปริมาณน้ำและสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูกข้าวนาปีจะช่วยสนับสนุนผลผลิตและรายได้ภาคเกษตร ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 69.9 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรและภาคบริการเป็นสำคัญ จากปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ผลผลิตมะพร้าวและส้มโอที่มีแนวโน้มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 69.2 สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคบริการเป็นสำคัญ จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ยังคงเดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มฟื้นตัวจากความต้องการสินค้าและวัตถุดิบเกษตรของตลาดจากทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 68.2 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคบริการจากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวช่วงปลายปี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวจากวัตถุดิบประเภทผลผลิตการเกษตร เช่น ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา ลำไย ชา กาแฟ เป็นต้น ที่เข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพิ่มขึ้น รวมถึงการก่อสร้างรถไฟรางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ และการฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่ช่วยสนับสนุนการผลิตและการลงทุนในภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 67.6 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการและภาคเกษตรเป็นสำคัญ จากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะงานมหกรรมพืชสวนโลกที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท และส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง รวมถึง แนวโน้มขยายตัวจากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตสำคัญ เช่น ข้าวนาปี อ้อยโรงงาน ยางพารา เป็นต้น ความต้องการสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในระดับดี และการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรในระยะต่อไป นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 64.7 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมได้รับแรงหนุนจากมาตรการส่งเสริมการลงทุน การฟื้นตัวของภาคการส่งออก และความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นต่อภาคการผลิตและคำสั่งซื้อในระยะข้างหน้า ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 59.8 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการและภาคการลงทุน ทั้งนี้ กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ความผันผวนของต้นทุนการผลิต รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าโลก และภาวะเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองความเชื่อมั่นในระยะถัดไป
ข่าวเด่น