เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "GDP เวียดนามไตรมาสที่ 2/2569 โตสูงกว่าคาด หนุนโดย FDI และการส่งออก แต่มอง GDP ครึ่งปีหลังชะลอลงตามการส่งออก"


· เศรษฐกิจเวียดนามไตรมาสที่ 2/2569 ขยายตัวสูงกว่าคาดที่ 8.39%YoY จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าที่คาด (รูปที่ 1) โดยมูลค่า FDI ในรูปของทุนจดทะเบียนเพิ่มสูงถึง 84.5%YoY ขณะที่การส่งออกขยายตัว 22.8%YoY สะท้อนการย้ายฐานการผลิตที่ยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ในด้านอุปสงค์ภายในประเทศ การบริโภคภาคครัวเรือนขยายตัวได้ดีตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 12.9%YoY ในไตรมาสที่ 2/2569 
 
รูปที่ 1 เศรษฐกิจเวียดนามไตรมาสที่ 2/2569 เติบโตที่ 8.39%YoY หนุนโดย FDI และการส่งออกตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 12.9%YoY ในไตรมาสที่ 2/2569
 
 
 
· FDI ที่เร่งตัวสะท้อนการย้ายฐานการผลิตซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตเศรษฐกิจเวียดนาม (รูปที่ 2) โดย FDI ที่เร่งตัวขึ้นสะท้อนว่าบริษัทข้ามชาติยังคงเลือกเวียดนามเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาค โดยเฉพาะภาคการผลิตซึ่งมีสัดส่วนถึง 61% ของเงินลงทุนทั้งหมด นักลงทุนหลักยังคงเป็นสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งมุ่งลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และ AI มากขึ้น การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังสะท้อนว่าเวียดนามกำลังก้าวจากฐานการผลิตสินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้นไปสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรักษาเม็ดเงินลงทุนในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาแรงงาน ทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าต้นทุนแรงงานเพียงอย่างเดียว
 
รูปที่ 2 การเพิ่มขึ้นของ FDI ในรูปของทุนจดทะเบียนสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภาคการผลิตของนักลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
 

· การส่งออกยังได้รับแรงหนุนจาก AI โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี AI (รูปที่ 3) การส่งออกในไตรมาสที่ 2/259 ขยายตัวถึง 22.8%YoY โดยได้รับแรงหนุนจากสินค้าเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่สินค้ากลุ่มใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอและรองเท้า เริ่มชะลอตัว สะท้อนว่าโครงสร้างการส่งออกของเวียดนามกำลังเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม มองว่าแรงส่งจากภาคส่งออกจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี จากผลของฐานที่สูง ประกอบกับการเร่งสั่งซื้อสินค้าในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้อัตราการเติบโตมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับปกติ แม้ว่าความต้องการสินค้าด้าน AI จะยังสนับสนุนการส่งออกบางกลุ่มก็ตาม 
 
รูปที่ 3 การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรเติบโตได้ดี ขณะที่สินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้นเริ่มชะลอลง
 

· การขาดดุลการค้าไม่ใช่สัญญาณของอุปสงค์ต่างประเทศชะลอตัว แต่สะท้อนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุน การผลิตเพื่อการส่งออก รวมทั้งต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น (รูปที่ 4) แม้เวียดนามขาดดุลการค้าสูงถึง 1.67 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แต่สาเหตุหลักมาจากการนำเข้าสินค้าทุน สินค้าขั้นกลาง และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น มากกว่าการชะลอตัวของการส่งออก จึงสะท้อนการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการนำเข้าที่สูงยังทำให้เศรษฐกิจเวียดนามมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน 
 
รูปที่ 4 เวียดนามขาดดุลการค้าสูงถึง 1.67 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วง 1H/2569 จากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการลงทุน การผลิตเพื่อการส่งออก รวมทั้งต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น
 

· เงินเฟ้อที่ชะลงช่วยลดแรงกดดันต่อการบริโภคภาคครัวเรือน ส่งผลดีต่ออุปสงค์ภายในประเทศ (รูปที่ 5) โดยอัตราเงินเฟ้อลดลงมาที่ 4.69%YoY ในเดือน มิ.ย. จาก 5.60%YoY ในเดือนก่อนหน้า ตามการชะลอลงของราคาขนส่งและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือน

· ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงมุมมองเศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มชะลอลงในเครึ่งหลังของปี แต่ GDP ครึ่งปีแรกที่โตสูงกว่าที่คาด จึงปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP เวียดนามทั้งปี 69 จาก 7.0% มาที่ 7.9% โดยมีปัจจัยหนุนจาก FDI และการส่งออกเติบโตดีกว่าที่คาดในครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มชะลอลงตามการส่งออกที่ชะลอตัวจากปัจจัยฐานสูง และอุปสงค์สินค้าเกี่ยวข้อง AI ที่เริ่มกลับสู่ระดับปกติมากขึ้น

· ความเสี่ยงจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบแนวโน้มการลงทุนและการส่งออกในระยะข้างหน้า ความเสี่ยงสำคัญในระยะต่อไปคือการสอบสวนทางการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นแรงงานบังคับ การส่งออกเกินศักยภาพการผลิต (Structural Excess Capacity) และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ ผลกระทบต่อการลงทุนและการส่งออกจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของมาตรการและการบังคับใช้เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง

· เศรษฐกิจเวียดนามยังมีประเด็นความเสี่ยงจากภาคการเงิน 
 
รูปที่ 5 ราคาเฉลี่ยของอสังหาริมทรัพย์ในฮานอยเทียบเท่ากับรายได้เฉลี่ย 37.7 ปี และสูงกว่าหลายเมืองหลักในอาเซียน
 
 
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ก.ค. 2569 เวลา : 13:02:51
08-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ก.ค.69) ลบ 12.75 จุด ดัชนี 1,604.13 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ก.ค.69) ลบ 20.11 จุด ดัชนี 1,596.77 จุด

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ก.ค.69) บวก 155.84 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ จับตารายงานประชุมเฟด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ก.ค.69) บวก 41.80 ดอลลาร์ นักลงทุนคลายความกังวลเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ก.ค.69) ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 20-30%

6. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 4,100 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยยังทรงตัวเหนือ 65,000 บาท

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (7 ก.ค.69) ปรับลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,200 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 ก.ค.69) ลบ 4.29 จุด ดัชนี 1,612.59 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (7 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 9 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวิภาวดีรังสิต

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 ก.ค.69) บวก 5.60 จุด ดัชนี 1,616.88 จุด

13. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบาย Fed

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ก.ค.69) ลบ 1.58 จุด ดัชนี 1,609.70 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำดีดตัวขึ้นต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเช้าวันนี้ได้รับแรงซื้อจากตลาดเอเชีย หนุนให้ราคาขยับขึ้นใกล้ทดสอบบริเวณ 4,200 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 8, 2026, 6:46 am