เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลังร่วมเวที Reuters NEXT Asia 2026 ชูบทบาทไทยสู่ Trusted Connector Economy เชื่อมอาเซียนกับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากเสถียรภาพสู่เครื่องยนต์เติบโตใหม่


 

นายสันติธาร  เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมเวที Reuters NEXT Asia 2026 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เพื่อสื่อสาร Thailand Story และทิศทางเศรษฐกิจไทยต่อเวทีสากล โดย Reuters NEXT Asia เป็นเวทีระดับภูมิภาคของ Reuters ที่ถ่ายทอดสดสู่ผู้ชมทั่วโลก และรวบรวมผู้นำภาครัฐ ผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจและการเงิน นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และสื่อมวลชนจากหลายประเทศ เข้าร่วมกว่า 400 ราย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ การเงิน การลงทุน และเทคโนโลยีของเอเชีย

 
เวทีหลักของงาน NEXT World Stage เปิดด้วยการสัมภาษณ์สดนายสันติธาร  เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงการคลัง ในหัวข้อ Interview: Thailand Vice Minister of Finance Santitarn Sathirathai ดำเนินรายการโดย Mr. Simon Robinson, Reuters Executive Editor สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนและภาคธุรกิจระหว่างประเทศต่อบทบาทและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สาระสำคัญของการสัมภาษณ์ คือ การวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะ Trusted Connector Economy หรือ “เศรษฐกิจผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ” สื่อถึงบทบาทของไทยในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ตลาด เงินลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน ทั้งภายในอาเซียนและกับโลกภายนอก โดยมีเสถียรภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการทำงานร่วมกับหลายประเทศเป็นจุดแข็ง 

 
นอกจากนี้ นายสันติธารยังได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ Reuters VOXPOP และ CNBC เพื่อสื่อสารทิศทางนโยบายเศรษฐกิจไทยต่อผู้ชมและนักลงทุนในระดับสากล พร้อมทั้งได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับ Mr. Amir Hamzah Azizan, Minister of Finance II of Malaysia เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

 
ในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว นายสันติธารได้แลกเปลี่ยนมุมมองและตอบคำถามเกี่ยวกับ Thailand Story และทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น ดังนี้

1. เปลี่ยนความเปราะบางด้านพลังงานเป็นความมั่นคงและเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นายสันติธาร กล่าวว่า ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานโลกสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น ไม่พิจารณาต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการกระจายความเสี่ยง ทางเลือกในการจัดหา และความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนจากนอกสำหรับประเทศไทย พลังงานเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางสำคัญ เนื่องจากไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าสุทธิด้านพลังงานและมีความเข้มข้นในการใช้พลังงานค่อนสูง รัฐบาลจึงมุ่งเปลี่ยนวิกฤตพลังงานให้เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ผ่านการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล การลงทุนในพลังงานสะอาดและระบบโครงข่ายไฟฟ้า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ อุตสาหกรรมสีเขียว เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานควบคู่กับเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

2. จากเสถียรภาพสู่รอบการลงทุนใหม่และ FDI คุณภาพ นายสันติธารกล่าวว่า แม้ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค แต่ความท้าทายสำคัญของไทย คือ การพัฒนาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้เป็นฐานที่สำคัญและต่อยอดจุดแข็งดังกล่าวไปสู่รอบการลงทุนใหม่ การเพิ่มผลิตภาพ และการสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ให้กับประเทศ รอบการลงทุนใหม่จะขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ (1) การลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถดึงดูดการลงทุนภาคเอกชน (2) การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ในอุตสาหกรรมอนาคต และ (3) การปลดล็อคการลงทุนของภาคเอกชนไทยผ่านความชัดเจนของนโยบาย ความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ เป้าหมายของไทยไม่ใช่เพียงการเพิ่มมูลค่าเม็ดเงินลงทุน แต่ต้องยกระดับคุณภาพของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโดย ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างงานที่ใช้ทักษะสูง การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก และการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ

3. ยกระดับบทบาทไทยในโลกใหม่ผ่าน Trusted Connector Economy, องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) นายสันติธารกล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจและความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ไทยจะดำเนินนโยบายโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง เปิดกว้างต่อความร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างมีหลักการ ปฏิบัติได้จริง และเคารพกติกาสากล เพื่อดึงดูดทุน เทคโนโลยี บุคลากรที่มีความสามารถ และองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ 

 
สำหรับการเข้าร่วม OECD ไทยมองว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ใช่เพียงเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นเส้นทางการปฏิรูปเพื่อยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

ในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไทยต้องมองให้ไกลกว่าการดึงดูดศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับการนำ AI ไปเพิ่มผลิตภาพในเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น สุขภาพ การแพทย์ อาหาร เกษตร บริการ SMEs เป็นต้น เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจ

 
นายสันติธารกล่าวสรุปว่า Thailand Story ที่ไทยต้องการสื่อสารต่อประชาคมเศรษฐกิจโลก คือ การเปลี่ยนจากประเทศที่โดดเด่นด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ไปสู่ Trusted Connector Economy ที่เชื่อมโยงอาเซียนกับโลก และพร้อมขับเคลื่อนรอบการเติบโตใหม่ผ่านการลงทุน พลังงานสะอาด เทคโนโลยี การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยการเดินหน้าดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากนักลงทุน ภาคเอกชน และพันธมิตร ระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ระยะต่อไป 

การเข้าร่วมเวที Reuters NEXT Asia 2026 รวมถึงการให้สัมภาษณ์กับ Reuters VOXPOP และ CNBC สะท้อนบทบาทเชิงรุกของกระทรวงการคลังในการสื่อสาร Thailand Story และทิศทางเศรษฐกิจไทยต่อเวทีสากล เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจระหว่างประเทศ พร้อมวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะ Trusted Connector Economy ที่มีเสถียรภาพ เชื่อมโยงอาเซียนกับโลก และพร้อมขับเคลื่อนรอบการเติบโตใหม่ผ่านการลงทุน
พลังงานสะอาด เทคโนโลยี การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และการพัฒนาทักษะแรงงาน เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนความสนใจจากต่างประเทศให้เป็นการลงทุนจริง งานจริง ทักษะใหม่ และโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ก.ค. 2569 เวลา : 17:52:20
14-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-33.65 บาท/ดอลลาร์

2. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ก.ค.69) ร่วงลง 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,450 บาท

3. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 ก.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 33.53 บาทต่อดอลลาร์

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ก.ค.69) ลบ 15.85 จุด ดัชนี 1,612.05 จุด

5. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 13 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวิภาวดีรังสิต

6. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 ก.ค. 69) บวก 6.35 จุด ดัชนี 1,627.90 จุด

7. ทีทีบี ประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ผันผวน ในกรอบ 33.00 - 33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาเฟด -ตะวันออกกลางกดดันทิศทางตลาดเงิน

8. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง หลังหลุดระดับ 4,100 เหรียญ และปรับตัวลงเกือบ 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

9. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (13 ก.ค.69) บวก 0.49 จุด ดัชนี 1,622.04 จุด

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.ค.69) มรสุมพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ส่งผล ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตต ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 60% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

11. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.00-33.70 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯและถ้อยแถลงประธานเฟด

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 ก.ค.69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,200 บาท

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (13 ก.ค. 69) ลบ 5.49 จุด ดัชนี 1,616.06 จุด

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (13 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 14, 2026, 11:16 am