เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Global Peace Index 2026: เมื่อ "สันติภาพ" กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่หายาก


 
•  99 จาก 163 ประเทศ มีระดับสันติภาพลดลง มากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำดัชนี
 
•  ไอซ์แลนด์ยังคงเป็นประเทศที่สงบสุขที่สุด ขณะที่รัสเซีย ซูดาน คองโก ยูเครน และอิสราเอล อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีสันติภาพต่ำที่สุด
 
•  โลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ประเทศมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Powers) มีบทบาทมากขึ้น ท่ามกลางการกระจัดกระจายของระเบียบโลก (Great Fragmentation)
 
•  ความรุนแรงสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงถึง 21.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 10.5% ของ GDP โลก
 
•  AI กำลังเปลี่ยนธรรมชาติของสงคราม ขณะเดียวกันก็อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความขัดแย้ง
 
•  สันติภาพในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ สถาบันที่เข้มแข็ง และการป้องกันความขัดแย้งตั้งแต่ต้นทาง
 
เมื่อสงครามไม่ได้อยู่แค่ในสนามรบ
ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน สงครามที่เกิดขึ้นห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น เงินเฟ้อกลับมา ห่วงโซ่อุปทานสะดุด และต้นทุนของธุรกิจรวมถึงค่าครองชีพของผู้คนทั่วโลกเพิ่มขึ้น แม้ประเทศของตนจะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงก็ตาม
วันนี้ "สันติภาพ" จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านความมั่นคงหรือการเมืองระหว่างประเทศอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก
รายงาน Global Peace Index (GPI) 2026 สะท้อนภาพที่น่ากังวลว่า ระดับสันติภาพของโลกยังคงถดถอยต่อเนื่อง ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ การเปลี่ยนผ่านของระเบียบโลก และการเข้ามาของ AI ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบของความขัดแย้งในอนาคต
สันติภาพโลกถดถอยต่อเนื่องเป็นปีที่ 12
?ปี 2025 ระดับสันติภาพเฉลี่ยของโลกลดลงอีก 0.7%นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 12
?มีถึง 99 จาก 163 ประเทศ ที่คะแนนสันติภาพลดลง มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี และหากเทียบกับปี 2008 มีถึง 103 ประเทศ ที่มีระดับสันติภาพแย่ลง สะท้อนว่าความขัดแย้งกำลังขยายตัวในหลายภูมิภาคของโลก
?ปี 2025 ยังเป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งภายในประเทศสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 181,000 คน และมี 20 ประเทศ ที่มีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งมากกว่า 1,000 คน
โลกแบ่งออกเป็นสองภาพที่แตกต่างกัน
ประเทศที่มีสันติภาพสูงที่สุดยังคงเป็น ไอซ์แลนด์ ตามด้วย นิวซีแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ สโลวีเนีย และไอร์แลนด์ ซึ่งมีจุดร่วมคือสถาบันภาครัฐที่เข้มแข็ง อัตราอาชญากรรมต่ำ และประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อระบบของประเทศ 
ในทางกลับกัน รัสเซีย ซูดาน คองโก ยูเครน และอิสราเอล ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีสันติภาพต่ำที่สุด จากผลกระทบของสงคราม ความขัดแย้ง และวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ดำเนินต่อเนื่อง
 
สำหรับอาเซียน สิงคโปร์ อยู่อันดับ 8 ของโลก สูงที่สุดในภูมิภาค ตามด้วย มาเลเซีย (12) เวียดนาม (41) ลาว (58) อินโดนีเซีย (69) กัมพูชา (96) ไทย (101) ฟิลิปปินส์ (102)
ขณะที่ เมียนมา (151) เป็นประเทศที่มีสันติภาพต่ำที่สุดในอาเซียนจากผลกระทบของความขัดแย้งภายในประเทศที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
แม้ภาพรวมของโลกจะอ่อนแอลง แต่บางประเทศ เช่น อาร์เจนตินา กรีซ และโปแลนด์ กลับมีอันดับดีขึ้นจากเสถียรภาพจากภายในประเทศที่ฟื้นตัว
ขณะที่ อิสราเอล อิหร่าน รัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ เป็นกลุ่มประเทศที่คะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และบทบาททางทหารที่เพิ่มขึ้น
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ...ตัวชี้วัดที่น่ากังวลที่สุด
Global Peace Index ประเมินจากตัวชี้วัดทั้งหมด 23 ด้าน โดยปีนี้ ตัวชี้วัดที่แย่ลงมากที่สุด ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้ง และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
แม้อัตราการก่อการร้ายและอาชญากรรมรุนแรงในหลายประเทศจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากสงครามที่ขยายวงในหลายภูมิภาคได้
โลกกำลังเข้าสู่ยุคของ "Middle Powers"
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของรายงาน คือการเปลี่ยนผ่านของระเบียบโลก
บทบาทของประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศกำลังลดลง ขณะที่ประเทศมหาอำนาจระดับกลาง (Middle Powers) เช่น ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี อินโดนีเซีย บราซิล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังมีบทบาทมากขึ้น ทั้งด้านการค้า พลังงาน การลงทุน และการทูต
รายงานเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Great Fragmentationหรือการกระจัดกระจายของระเบียบโลก
นั่นหมายความว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากระบบที่มีกติกาชุดเดียว ไปสู่โลกที่แต่ละประเทศสร้างเครือข่ายความร่วมมือของตนเอง ทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี พลังงาน และความมั่นคง ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และภูมิรัฐศาสตร์มีความซับซ้อนมากขึ้น
สงคราม...ต้นทุนที่ทุกประเทศต้องร่วมกันจ่าย
ปี 2025 ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากความรุนแรง (Global Economic Impact of Violence) เพิ่มขึ้น 3.2% จากปีก่อน สู่ระดับ 21.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (PPP) หรือคิดเป็น 10.5% ของ GDP โลก หรือเฉลี่ย 2,657 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อประชากรโลก 1 คน
องค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดของต้นทุนดังกล่าวคือ งบประมาณด้านการทหาร ซึ่งมีมูลค่าราว 9.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 43% ของความสูญเสียทั้งหมด และเพิ่มขึ้น 5.8% จากปีก่อน นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี
ในทางกลับกัน โลกใช้งบประมาณเพื่อการสร้างสันติภาพและภารกิจรักษาสันติภาพเพียง 49.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 0.5% ของงบประมาณทางทหารทั้งหมด
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ทรัพยากรของโลกยังคงถูกใช้ไปกับการรับมือกับความขัดแย้ง มากกว่าการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น
รายงานยกกรณีความขัดแย้งในอิหร่านเป็นตัวอย่างว่า สงครามในภูมิภาคหนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้อย่างรวดเร็ว ผ่านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ประเทศต่าง ๆ ล้วนต้องร่วมรับภาระ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับสงครามโดยตรงหรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงมากที่สุด ต้องแบกรับต้นทุนเฉลี่ยถึง 23.4% ของ GDP ขณะที่ 10 ประเทศที่สงบสุขที่สุด มีต้นทุนเฉลี่ยเพียง 2.2% ของ GDP
สันติภาพจึงไม่ใช่เพียงคุณค่าทางสังคม หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
การลงทุนเพื่อสันติภาพ...คุ้มค่ากว่าการเยียวยาหลังเกิดสงคราม
รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามผ่านการทูต ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงกว่าการฟื้นฟูหลังเกิดสงครามอย่างมาก
กรณีศึกษาความขัดแย้งในอิหร่านประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากสามารถยุติความขัดแย้งผ่านการเจรจา และเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง เศรษฐกิจโลกอาจหลีกเลี่ยงความสูญเสียได้ราว 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การลงทุนเพื่อป้องกันความขัดแย้งมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าการรับมือหลังเกิดความเสียหายหลายเท่าตัว
เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นทั้ง "อาวุธ" และ "เครื่องมือสร้างสันติภาพ"
หนึ่งในประเด็นใหม่ของรายงาน คือบทบาทของ AI ที่กำลังเปลี่ยนธรรมชาติของสงคราม
โดรนอัตโนมัติ ระบบเลือกเป้าหมายด้วย AI และอาวุธอัตโนมัติ ถูกนำมาใช้จริงในหลายพื้นที่ ทำให้ต้นทุนของการทำสงครามลดลง และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางทหารได้ง่ายขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็สามารถใช้วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ตรวจจับสัญญาณความเสี่ยง และเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการป้องกันความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพได้เช่นกัน
ความท้าทายจึงอยู่ที่การสร้างกติกาและธรรมาภิบาลให้ทันกับการพัฒนาเทคโนโลยี เพราะหากกฎเกณฑ์พัฒนาไม่ทัน AI อาจกลายเป็นปัจจัยที่เร่งความขัดแย้ง มากกว่าช่วยลดความขัดแย้ง
สันติภาพ...อาจเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของโลก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกลงทุนกับอาวุธมากขึ้น แต่ลงทุนกับการป้องกันความขัดแย้งน้อยลง ขณะที่ต้นทุนของสงครามไม่ได้ตกอยู่กับประเทศที่สู้รบเพียงลำพัง หากกระจายผ่านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และตลาดการเงินไปยังผู้คนทั่วโลก
Global Peace Index 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงรายงานจัดอันดับประเทศที่สงบสุขที่สุด หากแต่เป็นเครื่องเตือนว่า "สันติภาพ" คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก
ในวันที่โลกเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความมั่นคง ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ล้วนมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน นั่นคือ การรักษาสันติภาพและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงตั้งแต่ต้นทาง
เมื่อสันติภาพกลายเป็นทรัพยากรที่หายากขึ้น ต้นทุนที่โลกต้องจ่ายก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย และนั่นอาจเป็นหนึ่งในความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของทศวรรษข้างหน้า
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ส.ค. 2569 เวลา : 13:09:44
10-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 12.36 จุด ดัชนี 1,624.36 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงฟื้นตัวในระยะสั้น หลังสามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,150 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 13.02 จุด ดัชนี 1,625.02 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 16.22 จุด ดัชนี 1,628.22 จุด

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 ส.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,350 บาท

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ส.ค.69) "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล 60% ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 30%

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯหลังจ้างงานแผ่ว

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 11 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุทธิสารวินิจฉัย

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 2.64 จุด ดัชนี 1,612 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ 4,250 - 4,300 เหรียญ หลังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาบางช่วงอ่อนตัวลงแตะ 4,230 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 0.97 จุด ดัชนี 1,613.67 จุด

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 464.02 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดจับตาจ้างงานสหรัฐฯ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 5.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 10, 2026, 5:56 pm