เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมกุ้งไทย: จากผู้นำตลาดโลก สู่โจทย์ใหญ่ของการปรับตัว


 
• การส่งออกกุ้งไทยเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกุ้งแปรรูปที่หดตัวในช่วงต้นปี 2026 ตามความต้องการจากญี่ปุ่นที่ลดลง ขณะที่จีนยังเป็นตลาดสำคัญของกุ้งแช่แข็ง
 
• ไทยแข่งขันด้านราคาได้ยากขึ้น เนื่องจากเอกวาดอร์ อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มีต้นทุนต่ำกว่าและผลิตได้ในปริมาณมากกว่า
 
• มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบย้อนกลับกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการส่งออก แต่ปัจจุบันฟาร์มกุ้งไทยไม่ถึง 1% ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC
 
• การระงับนำเข้ากุ้งไทยชั่วคราวของมาเลเซียอาจทำให้กุ้งล้นตลาดและกดดันราคา โดยเกษตรกรในภาคใต้มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด
 
• อนาคตของกุ้งไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากที่สุดหรือขายให้ถูกที่สุด แต่อยู่ที่การยกระดับคุณภาพ สร้างสินค้ามูลค่าเพิ่ม และขยายตลาดใหม่
ครั้งหนึ่ง คุณภาพคือเหตุผลที่ทำให้ตลาดโลกเลือกกุ้งไทย
แต่วันนี้ คุณภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกกุ้งรายสำคัญของโลก มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี และได้รับการยอมรับทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัยทางอาหาร และความสามารถในการแปรรูป
แต่วันนี้ สภาพการแข่งขันเปลี่ยนไปแล้ว
เพราะผู้ซื้อไปไกลถึง "กุ้งตัวนี้มาจากไหน เลี้ยงอย่างไร และกระบวนการผลิตส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด"
เมื่อคู่แข่งสามารถผลิตได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า ขณะที่ตลาดโลกให้ความสำคัญกับมาตรฐานความยั่งยืนมากขึ้น โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงว่าจะส่งออกได้มากเหมือนเดิมหรือไม่ แต่คือจะสร้างจุดแข็งใหม่อย่างไรในโลกที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ปริมาณการผลิตอีกต่อไป
 
การส่งออกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
 
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การส่งออกกุ้งแปรรูปของไทยแทบไม่เติบโตในปี 2025 ก่อนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นปี 2026 โดยมีสาเหตุสำคัญจากความต้องการของตลาดญี่ปุ่นที่อ่อนแอลง
ในทางกลับกัน การส่งออกกุ้งแช่แข็งยังได้รับแรงหนุนจากตลาดจีน ทำให้ภาพการส่งออกของไทยเริ่มแตกต่างกันมากขึ้นในแต่ละตลาด
แม้จีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในช่วงที่ผ่านมา แต่ญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดพรีเมียมที่มีบทบาทต่อสินค้าซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่น กุ้งแปรรูปและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ดังนั้น การชะลอตัวของญี่ปุ่นจึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยโดยตรง
 
การแข่งขันด้วยต้นทุนทำได้ยากขึ้น
 
ไทยกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากเอกวาดอร์ อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งมีทั้งต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและกำลังการผลิตมากกว่า
สมาคมกุ้งไทยระบุว่า กุ้งไทยมีราคาสูงกว่ากุ้งจากเอกวาดอร์และอินเดียประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโรคระบาดในฟาร์ม เช่น โรคตายด่วน โรคจุดขาว โรคขี้ขาว และโรคหัวเหลือง ที่ทำให้ผลผลิตลดลงและต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ซบเซาและค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ทำให้ผู้นำเข้าระมัดระวังเรื่องราคามากขึ้น ส่วนความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ก็ผลักดันให้ผู้ส่งออกอินเดียเร่งขยายตลาดในจีนและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย
กุ้งไทยจึงต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในเวลาเดียวกัน
 
เมื่อมาตรฐานไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์อีกต่อไป
 
เมื่อการแข่งขันด้านราคาทำได้ยากขึ้น การยกระดับมาตรฐานจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่าง
ผู้ซื้อในญี่ปุ่นและยุโรปให้ความสำคัญกับการผลิตอย่างยั่งยืนและการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น การรับรองมาตรฐานสากล เช่น Aquaculture Stewardship Council (ASC) จึงมีผลต่อการตัดสินใจสั่งซื้อ โดยเฉพาะในตลาดพรีเมียม
อย่างไรก็ตาม สมาคมการเพาะเลี้ยงกุ้งไทยระบุว่าฟาร์มกุ้งไทยไม่ถึง 1% ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการขยายตลาดในอนาคต
จากเดิมที่การแข่งขันวัดกันด้วยราคาและคุณภาพ วันนี้ผู้ผลิตจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ากระบวนการเลี้ยงมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างโปร่งใส
 
ความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ
 
นอกจากการแข่งขันในตลาดโลกแล้ว ความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศยังเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยต้องเผชิญ
ในเดือนมิถุนายน 2026 มาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งห้าชนิดจากไทยเป็นการชั่วคราว หลังไทยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบปลากะพงขาวจากมาเลเซีย เนื่องจากพบสารเคมี ยาปฏิชีวนะตกค้าง และปัญหาด้านการตรวจสอบย้อนกลับ
มาเลเซียนำเข้ากุ้งไทยประมาณ 70,000 ตันต่อปี และเป็นหนึ่งในสี่ตลาดส่งออกกุ้งรายใหญ่ที่สุดของไทย โดยมีความสำคัญต่อเกษตรกรในภาคใต้ เนื่องจากเป็นตลาดที่อยู่ใกล้และมีความต้องการกุ้งสดจากไทยสูง
หากไม่สามารถหาตลาดอื่นมารองรับได้ กุ้งที่เคยส่งออกอาจกลับเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ ทำให้อุปทานเพิ่มขึ้น กดดันราคา และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานแปรรูป ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ห้องเย็น และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์
 
ทางออกอาจไม่ใช่การผลิตให้มากกว่าเดิม
 
นอกจากคุณภาพและมาตรฐานแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันคือ "การเข้าถึงตลาด"
หลังไทยสูญเสียสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) การส่งออกกุ้งไปยังสหภาพยุโรปลดลงจากประมาณ 60,000 ตันต่อปี เหลือเพียงประมาณ 200 ตัน
หากการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรปประสบความสำเร็จ อาจช่วยให้การส่งออกฟื้นกลับมาอยู่ที่ประมาณ 30,000–40,000 ตัน ขณะที่การเจรจา FTA กับแคนาดาและเกาหลีใต้ก็อาจช่วยเปิดโอกาสทางการค้าเพิ่มเติม
แม้อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน แต่ไทยยังมีจุดแข็งทั้งด้านความปลอดภัยทางอาหาร ระบบห่วงโซ่ความเย็น ความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูป และชื่อเสียงด้านคุณภาพ
ในวันที่คู่แข่งสามารถผลิตได้ถูกกว่า การแข่งขันของกุ้งไทยจึงอาจไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากที่สุด แต่คือการทำให้กุ้งแต่ละตัวมีมูลค่ามากขึ้น
ตลาดโลกยังต้องการกุ้งคุณภาพดี แต่ปัจจุบันผู้ซื้อไม่ได้ตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว หากยังพิจารณามาตรฐานการผลิต ความยั่งยืน ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตควบคู่กันไป
หากไทยสามารถต่อยอดจุดแข็งด้านคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน พัฒนานวัตกรรม และขยายตลาดส่งออกให้หลากหลายขึ้น อุตสาหกรรมกุ้งไทยก็ยังมีโอกาสรักษาบทบาทในตลาดโลกได้ แม้รูปแบบการแข่งขันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ส.ค. 2569 เวลา : 16:23:13
10-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 12.36 จุด ดัชนี 1,624.36 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงฟื้นตัวในระยะสั้น หลังสามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,150 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 13.02 จุด ดัชนี 1,625.02 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) บวก 16.22 จุด ดัชนี 1,628.22 จุด

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 ส.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,350 บาท

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ส.ค.69) "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล 60% ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 30%

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯหลังจ้างงานแผ่ว

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 11 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุทธิสารวินิจฉัย

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 2.64 จุด ดัชนี 1,612 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังทรงตัวในกรอบ 4,250 - 4,300 เหรียญ หลังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ราคาบางช่วงอ่อนตัวลงแตะ 4,230 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ส.ค. 69) ลบ 0.97 จุด ดัชนี 1,613.67 จุด

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 464.02 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดจับตาจ้างงานสหรัฐฯ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ส.ค.69) ลบ 5.60 ดอลลาร์ กังวลน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 10, 2026, 5:57 pm